1.สาวน้อยนางหนึ่งเจอกับเดนนิส ร็อดแมนในบาร์ก่อนที่จะพากันไปจบในโรงแรมแห่งหนึ่ง
เมื่อเขาเริ่มถอดเสื้อออก เธอก็เห็นรอยสักเขียนว่า "Reebok" อยู่บนแขนข้างซ้าย
"คุณสักไอ้นั่นไว้บนแขนทำไมคะ" เธอถาม
"เวลาผมแข่ง กล้องจะจับที่รอยสักผมแล้ว Reebok ก็จ่ายผมสำหรับค่าโฆษณาด้วย" เขาอธิบาย
หลังจากนั้นเมื่อเขาถอดกางเกงออกเธอก็เห็นรอยสักรูป "Puma" อยู่บนขาขวาด้วยซึ่งเขาก็ให้คำอธิบายเหมือนเดิม
ในที่สุดเมื่อปราการด่านสุดท้ายถูกปลดออก เธอก็เห็นรอยสัก "AIDS"
อยู่บนไอ้จู๋ของเขา เธอสะดุ้งเฮือก กระโดดลงจากเตียงแล้วตะโกนลั่น
"ชั้นไม่ยุ่งกับคนเป็นเอดส์เด็ดขาด"
"ใจเย็นๆน่า" เขาปลอบ "อีกเดี๋ยวมันจะกลายเป็น ADIDAS"
2.ชายหนุ่มกับหญิงสาวปิ๊งกันที่บาร์ แล้วก็ไปดื่มกันต่อที่คอนโดของฝ่ายหญิง
หลังจากดื่มกันไปคนละแก้ว ชายหนุ่มก็ถอดถุงเท้าออกแล้วก็ล้างมือ หลังจากนั้นเขาก็ถอดเสื้อออก แล้วล้างมืออีกครั้ง
"คุณต้องเป็นหมอฟันแน่ๆเลย" หญิงสาวเอ่ยขึ้น
"ใช่" ชายหนุ่มประหลาดใจ "คุณรู้ได้ไงเนี่ย"
"ง่ายจะตาย" หญิงสาวตอบ "คุณล้างมือบ่อยมากเลย"
หลังจากนั้นทั้งสองก็สืบสานความสัมพันธ์กันไปจนถึงที่สุด
หลังจากเสร็จกิจแล้ว หญิงสาวก็เอ่ยขึ้น
"คุณต้องเป็นหมอฟันที่เก่งมากแน่ๆเลย"
คราวนี้ชายหนุ่มประหลาดใจสุดๆ "ใช่ คนไข้ผมว่ายังงั้น แต่คุณรู้ได้ไงเนี่ย"
"อ๋อ... ก็ชั้นไม่รู้สึกอะไรเลยน่ะสิ"
3.ไอ้หนุ่มสองคนนั่งคุยกันอยู่ในบาร์
หนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้น "ชีวิตเซ็กซ์ของนายเป็นไงวะเพื่อน"
"แย่ว่ะ" อีกคนหนึ่งตอบ "ทุกทีที่มีอะไรกัน อยู่ๆเธอก็หมดอารมณ์ไปเฉยๆตอนเข้าด้ายเข้าเข็ม เซ็งเลยว่ะ"
"อ๋อ เข้าใจเลยว่ะ กันก็เคยมีปัญหาแบบนี้ แต่มีวิธีแก้ว่ะ กันซ่อนประทัดไว้ใต้เตียง
พอเธอเริ่มหมดอารมณ์ กันก็จะจุดประทัด มันทำให้เธอตกใจ
และตื่นเต้นพอที่เราจะทำมันต่อได้ กันใช้วิธีนี้มาหลายปีแล้วว่ะ"
"อืมมม น่าสนใจว่ะ กันจะลองดู"
วันถัดมาสองหนุ่มกลับมาที่บาร์อีกที
"นายได้ลองประทัดรึยังวะ" หนุ่มคนแรกถามอีก
"ไม่อยากพูดถึงมันเลยว่ะ" อีกหนุ่มเซ็งสุดขีด "กันลองมันเมื่อคืน ตอนที่เราอยู่ในท่า 69
จู่ๆเธอก็ทำท่าจะหมดอารมณ์อย่างเคย กันก็เลยรีบจุดประทัด"
"แล้วเป็นไงวะ"
"เธอตกใจงับไอ้น้องชายกันเข้าไปเต็มแรง แถมฉี่ราดใส่หน้ากันอีก
แล้วที่แย่ที่สุด มีไอ้หนุ่มคนหนึ่งตะกายออกมาจากตู้เสื้อผ้าร้องขอชีวิตกับกันอีกว่ะ"
4.สาวแสบเดินผ่านหนุ่มปากเสียคู่กัดที่นั่งกินเหล้าอยู่
สาว: “เชอะ ไอ้ขี้เมา”
หนุ่ม: “ข้องใจไรเหรอ ยายขี้เหร่”
สาว: “ขี้เหร่ก็ยังดีกว่าขี้เมาย่ะ”
หนุ่ม: “กินเหล้าเมา พรุ่งนี้เช้าก็หาย ขี้เหร่ ตื่นขึ้นมากี่วันก็ยังขี้เหร่เหมือนเดิม”
สาว: “ปากอย่างนี้ ถ้าเป็นผัวชั้น ชั้นเอาแอบเอายาพิษให้กินให้ตายไปเลย”
หนุ่ม: “ถ้าผมเป็นผัวคุณจริงๆ ไม่ต้องแอบเอาให้หรอก ผมหามากินเองไปนานแล้ว”
5.แม่ชี 3 คนตายไป ขณะที่รอการพิจารณาอยู่ที่ประตูสวรรค์
“เจ้าเคยได้ทำบาปใดไว้หรือไม่ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่” เทวทูตถาม
“เอ่อ… ก็มีครั้งนึงค่ะ” แม่ชีคนแรกตอบอ้อมแอ้ม
“เจ้าทำอะไรหรือ ถ้าไม่ร้ายแรงมาก ถ้าล้างบาปแล้วเจ้าอาจจะได้รับอนุญาตให้อยู่บนสวรรค์ได้” เทวทูตแนะ
“เอ่อ… ดิชั้นเคยจับไอ้นั่นของผู้ชายค่ะ” เธอตอบอย่างละอาย
“อ้อ… เป็นบาปเล็กน้อย เจ้าจงล้างมือในบ่อศักดิ์สิทธิ์ข้างๆนี้ แล้วเข้าไปในสวรรค์ได้” เทวทูตบอกทางแก้
ขณะที่แม่ชีคนแรกกำลังล้างมือที่บ่อศักดิ์สิทธิ์ แม่ชีที่ยืนอยู่ท้ายสุดในแถวก็รีบวิ่งไปที่บ่อศักดิ์สิทธิ์แล้ววักน้ำขึ้นบ้วนปาก
“เจ้าทำอะไรน่ะ ยังไม่ถึงคิวการพิจารณาของเจ้าเลย” เทวทูตตำหนิอย่างไม่พอใจ
“เห็นใจดิชั้นเถอะค่ะ” เธอตอบ “ประเดี๋ยวคนที่อยู่หน้าดิชั้นต้องลงไปแช่ในบ่อแน่ๆเลย ดิชั้นเลยต้องรีบล้างปากก่อนน่ะค่ะ”
6.หนุ่มคนหนึ่งซิ่งรถออกจากผับหลังจากกรึ่มมาได้ที่ เขาขับสะวี้ดสะว้าด
ปาดซ้ายปาดขวามาตลอดทางจนกระทั่งถูกตำรวจเรียก
“ไงคุณ” ตำรวจถาม “ถ้าจะกินเหล้ามาล่ะสิ”
“ก็นิดหน่อยครับ” ไอ้หนุ่มยิ้มหน้าแดง
“คุณรู้มั้ย” ตำรวจถามอย่างอิดหนาระอาใจ “ตอนคุณเลี้ยวขวามาที่สี่แยกนั่นน่ะ เมียคุณตกลงมาจากรถ”
“จริงเรอะ ค่อยยังชั่วหน่อย” หนุ่มขี้เมาถอนหายใจอย่างโล่งอก “ผมนึกว่าอยู่ดีๆผมหูหนวกไปซะอีก”
7.ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวสีลม สามสาวนั่งเม้ากันในขณะที่รอนั่งรอเจ้าของร้านคิดเงินค่าอาหาร
สาวแรก “ชั้นเคยปวดไซนัสอยู่หนนึงนะ ปวดแทบแย่เลยแหละ นอนก็ไม่หลับ ปวดแทบตายจริงๆ”
สาวสอง “ชั้นก็เคยปวดฟันคุด แต่กลัวไม่กล้าไปหาหมอฟัน
ทนปวดอยู่สองอาทิตย์นอนร้องไห้ทุกคืน จนทนไม่ไหว แฟนชั้นเค้าถึงได้บังคับให้ไปหาหมอผ่าออก”
สาวสาม “พวกเธอยังไม่มีลูกไม่รู้หรอก ตอนคลอดลูก ชั้นว่ามันปวดทรมานที่สุด
ในชีวิตเลยแหละ ชั้นว่านี่แหละปวดที่สุดแล้ว”
เจ้าของร้านหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองแล้วพูด “พวกพี่เป็นผู้หญิง ไม่รู้หรอกว่าถูกเตะผ่าหมากน่ะมันเป็นยังไง
8.สาวแผนกคอมพิวเตอร์กำลังช่วยผู้จัดการหนุ่มที่เพิ่งเข้าใหม่เซ็ตคอมพิวเตอร์
ให้ต่อเข้ากับเซอร์เวอร์ของบริษัท เมื่อป้อนข้อมูลมาถึงขั้นที่จะต้องกำหนด
password เพื่อเข้าสู่ระบบ เธอจึงถามผู้จัดการว่าต้องการให้ password เป็นอะไร
ผู้จัดการหนุ่มคิดจะแกล้งสาวให้อายจึงบอกว่า “PENIS”
สาวน้อยหน้าแดงก่ำแต่ก็ป้อน password เข้าไปโดยไม่ทักท้วงอะไร
ทันที่ที่กดปุ่ม Enter เธอก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจใส่หน้าผู้จัดการหนุ่มที่ตีหน้าปั้นยากสุดๆ
เพราะบนหน้าจอปรากฏข้อความว่า
"PASSWORD REJECTED. NOT LONG ENOUGH."
9.ไอ้หนุ่มจอมเผด็จการเพิ่งแต่งงานกับเจ้าสาวคนสวย หลังจากงานแต่งงาน เขาก็เริ่มวางกฎเหล็ก
“ผมจะกลับบ้านเมื่อผมอยากกลับ และไม่ต้องการเสียงบ่นหรือท่าทีไม่พอใจใดๆ
ไม่ว่าผมจะไปกินเหล้ากับเพื่อน เล่นไพ่ ล่าสัตว์ ตกปลกอะไรก็ตาม
คุณไม่จำเป็นต้องรู้ เมื่อไหร่ที่ผมกลับมาอาหารเย็นต้องพร้อมเสมอ เข้าใจ๋”
“เข้าใจค่ะ” เจ้าสาวคนสวยรับคำ “แต่ฉันมีข้อแม้อย่างนึงนะคะ
คือฉันจะมีเซ็กส์เวลาหนึ่งทุ่มตรงทุกวัน ไม่ว่าคุณจะอยู่บ้านหรือไม่อยู่ เข้าใจมั้ยคะ”
10.ชายสามคนตายในอุบัติเหตุรถยนต์ ขณะที่อยู่ที่รอเวลาของการตัดสินที่ประตูสวรรค์
เทวทูตก็ถามทั้งสามว่า
“ตอนที่ครอบครัวและเพื่อนฝูงมาเคารพศพของพวกคุณเป็นครั้งสุดท้าย
คุณอยากจะได้ยินพวกเขาพูดอย่างไรเกี่ยวกับตัวคุณ”
ชายคนแรกตอบ “ผมอยากได้ยินเขาพูดว่าผมเป็นหมอที่ดี และเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมของครอบครัว”
คนที่สองตอบ “ผมอยากได้ยินว่าผมเป็นสามีที่เป็นที่รักของภรรยา
เป็นครูที่สร้างอนาคตที่สดใสของสังคม”
คนที่สามตอบบ้าง “ผมอยากได้ยินว่า เฮ้ย... ดูสิ เขากำลังหายใจเว้ย”
11.หนุ่มน้อยแก่มากรายหนึ่งเดินเข้าไปในบาร์ด้วยชุดคาวบอยสุดเท่ เขาเดินตรงไป
ที่เคาน์เตอร์บาร ์แล้วสั่งเบียร์มาดื่ม สาวห้าวที่นั่งอยู่ข้างๆจ้องมองเขาด้วยความทึ่งแล้วถาม
“ถามจริงเหอะ ลุงเป็นคาวบอยจริงละป่าว”
“ผมใช้ชีวิตในทุ่งเลี้ยงสัตว์มาตลอด ต้อนวัว ควบม้า ทำทุกอย่างที่คาวบอยคนอื่นทำ
ผมคิดว่าผมพูดได้เต็มปากว่าผมเป็นคาวบอย” คาวบอยเฒ่ายืดอกตอบด้วยความภูมิใจ
“แล้วคุณล่ะ” เขาถามกลับ
“ชั้นไม่เคยอยู่ในทุ่ง ชั้นก็เลยคิดว่าชั้นไม่ใช่คาวบอย แต่ชั้นเป็นเลสเบียน
ตลอดเวลาชั้นคิดถึงแต่ผู้หญิง ตื่นมาตอนเช้าก็คิดถึงผู้หญิง กินข้าว อาบน้ำ ดูทีวี
จะทำอะไรก็แล้วแต่ ชั้นคิดถึงผู้หญิงตลอด” เธอตอบแบบห้าวๆ
หลังจากนั้นสักพัก สาวห้าวก็ลุกไป แล้วมีไอ้หนุ่มคนหนึ่งมานั่งแทนที่
“ลุงเป็นคาวบอยจริงเหรอเนี่ย” เขาหรี่ตาถาม
“ก็ไม่เชิงว่ะ” คาวบอยเฒ่าลังเล “ผมคิดมาตลอดว่าผมเป็นคาวบอย แต่ผมเพิ่งจะรู้ว่าผมเป็นเลสเบียนว่ะ”
12.ชายคนหนึ่งไปหาหมอแล้วเล่าให้ฟังว่าเขาไม่สามารถช่วยงานบ้านภรรยามาได้หลายเดือนแล้ว
ทุกครั้งที่ทำเขาจะรู้สึกหน้ามืดใจสั่นจะเป็นลมซะให้ได้
หลังจากตรวจอย่างถี่ถ้วนด้วยเครื่องมือไฮเทคทุกอย่างที่โรงพยาบาลมี ก็ถึงเวลาฟังผลการตรวจ
“พูดกันแบบง่ายๆภาษาชาวบ้านเลยนะ” หมอบอกแบบเบื่อๆ “ผมว่าคุณแค่ขี้เกียจน่ะ”
“อ้อ เหรอครับ” เขารับพลางครุ่นคิด “ว่าแต่ว่า หมอช่วยบอกเป็นศัพท์ทางการแพทย์ได้ไหมครับ
ผมจะได้เอาไปบอกเมียผมได้”
13.มีอยู่หนนึงที่น้องชายคนเล็กของผมมีบุญได้ไปเที่ยวไกลถึงอเมริกา
เขาตามพ่อผมไปเยี่ยมเพื่อนที่ไปตั้งรกรากอยู่กลางทะเลทรายในรัฐอริโซนา
(ไปทำอะไรกินก็ไม่รู้ ผมก็ยังสงสัยอยู่)
บ้านของลุงเพื่อนพ่ออยู่กลางทะเลทรายจริงๆ เมืองที่อยู่ใกล้ที่สุดก็อยู่ห่างออกไปร่วมสองพันล้านกิโลเมตร
(ถ้าเชื่อตามที่ไอ้น้องชายตัวเล็กของผมบอกนะ)
หลังพระอาทิตย์ตก ไอ้หนูก็ได้ยินเสียงพิลึกระทึกขวัญสุดๆ ซึ่งก็ไม่แปลกที่เด็กแค่ 6 ขวบ
อย่างนั้นจะกลัวแล้วรีบวิ่งไปหาลุง
“ลุงครับ ลุงได้ยินเสียงมนุษย์หมาป่าหรือเปล่า” ไอ้น้องชายผมเกาะขาลุงถามเสียงสั่น
“อย่ากลัวไปหน่อยเลยน่าหนู แถวนี้ไม่มีอะไรอย่างนั้นหรอกน่า” ลุงบอก
“งั้นก็ต้องเป็นหมาป่ากินคนแน่ๆเลย” น้องชายผมยังปอดไม่เลิก
“ไอ้นั่นก็ไม่มีเหมือนกันแหละ” ลุงหัวเราะชอบใจในความขี้ขลาดของน้องผม
“แล้วมันอะไรล่ะครับ” น้องผมถาม
“ก็หมาป่าโคโยตน่ะสิหลานชาย หน้าตาก็คล้ายๆหมาธรรมดา มันเป็นหมาชนิดนึงแค่นั้นเอง” ลุงอธิบาย
“แล้วทำไมเสียงมันน่ากลัวอย่างนั้นล่ะครับ” ทีนี้ไอ้ตัวเล็กชักสงสัย
“ก้อ...” ลุงหยุดคิดนิดนึง “คือยังงี้นะหลานชาย แถวนี้น่ะไม่ค่อยจะมีต้นไม้ให้มันยกขาฉี่หรอกนะ มีแต่ต้นกระบองเพชรน่ะ...”
14.สาวใหญ่อนงค์หนึ่งมาหาหมอด้วยปัญหาคับใจ
“สามีชั้นนะคะ เวลาเขาถึงจุดสุดยอดทีไรเขาต้องตะโกนใส่หูชั้นว่า โอว.. ที่รัก ทุกทีไป” เธอเล่า
“ไม่แปลกหรอกครับ เป็นกันยังงี้กันเยอะแยะ” หมออมยิ้ม “ผมไม่คิดว่ามีปัญหาตรงไหนนี่ครับ”
“ทำไมจะไม่มีล่ะคะ” สาวใหญ่เสียงบูด “นั่นมันทำชั้นตื่นทุกทีเลย”
15.ชายอาหรับสองคนขึ้นเครื่องบินจากนิวยอร์กไปวอชิงตัน คนหนึ่งนั่งที่นั้งริมหน้าต่าง
อีกคนหนึ่งนั่งที่นั่งตัวกลาง หลังจากนั้นชาวยิวคนหนึ่งขึ้นมาบนเครื่อง แล้วนั่งลงบนที่
นั่งติดทางเดินข้างๆชายอาหรับสองคนนั้น
เมื่อนั่งลงเขาก็จัดแจงถอดรองเท้าออกทั้งสองข้าง นั่งขยับเท้าอย่างสบายอารมณ์
เมื่อเครื่องออกได้สักพัก ชายอาหรับที่นั่งติดหน้าต่างก็พูดขึ้น
“ขอผมออกไปหน่อยได้ไหมครับ ผมจะไปเอาโค้กสักหน่อย”
“ไม่ต้องหรอก” ชายชาวยิวแสดงน้ำใจ “เดี๋ยวผมไปเอาให้เอง”
พอเขาลุกไป ชายอาหรับรีบหยิบรองเท้าของชายชาวยิวขึ้นมาข้างหนึ่ง ถ่มน้ำลายใส่ แล้ววางลงไปที่เดิม
สักพักนึงชายชาวยิวกลับมาพร้อมกับโค้ก ชายอาหรับอีกคนก็พูดขึ้น
“ผมก็ชักหิวน้ำแล้วแฮะ เดี๋ยวผมไปเอาบ้างดีกว่า”
เช่นเดิม ชายชาวยิวเสนอตัวไปเอาให้เอง ซึ่งทันที่ที่เขาเดินไป
ชายอาหรับก็คว้ารองเท้าอีกข้างมาถ่มน้ำลายใส่ แล้ววางคืนที่เดิมอีก
เมื่อเครื่องบินลงสู่พื้นเรียบร้อย ชายชาวยิวก็สอดเท้าเข้าไปในรองเท้า
และพบความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น เขามองหน้าชายอาหรับทั้งสองแล้วพูด
“เมื่อไหร่มันจะหมดไปสักทีนะ ความเป็นศัตรูกันของอาหรับกับยิวนี่ รบกัน ฆ่ากัน
กลั่นแกล้งกันต่างๆนาๆ แล้วยังอะไรอีกนี่ ถ่มน้ำลายลงในรองเท้า แล้วยัง เยี่ยวใส่โค้ก อีก...”
16.ชายคนหนึ่งสงสัยว่าการมีเซ็กส์ในวันสะบาโตเป็นบาปหรือไม่
เนื่องจากเขาไม่แน่ใจว่าการมีเซ็กส์นั้นเป็นการทำงานหรือการละเล่น เขาจึงไปหาบาทหลวงเพื่อขอคำปรึกษาในเรื่องนี้
(* วันสะบาโต หรือ Sabbath นั้นเป็นที่วันพระเจ้ากำหนดให้เป็นวันหยุด ห้ามทำงาน
ซึ่งเป็นวันเสาร์สำหรับชาวยิวและวันอาทิตย์สำหรับชาวคริสต์)
หลังจากบาทหลวงพยายามหาคำตอบในไบเบิ้ลอยู่นานก็ให้คำตอบเขา
“ลูกเอ๋ย พ่อค่อนข้างจะมั่นใจว่าการมีเซ็กส์นั้นเป็นการทำงาน และเป็นสิ่งที่ห้ามทำในวันอาทิตย์”
ชายหนุ่มขอบอกขอบใจบาทหลวงแล้วจากมา
“บาทหลวงไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเซ็กส์ ไม่รู้คำตอบจะเชื่อถือได้หรือเปล่า” เขาคิดในใจ
เขาจึงไปหาแรบไบ(* พระยิว-ซึ่งมีเมียได้) และถามคำถามเดียวกัน
“ลูกเอ๋ย เซ็กส์เป็นการละเล่นแน่นอน” แรบไบตอบอย่างมั่นใจ
“แต่ท่านครับ” ชายหนุ่มยังไม่เชื่อง่ายๆ “บาทหลวงท่านยังบอกผมว่าเป็นการทำงาน ทำไมท่านถึงได้คิดว่าเป็นการละเล่นล่ะครับ”
แรบไบตอบอย่างสุขุมนุ่มลึก “ลูกเอ๋ย ถ้าเซ็กส์เป็นการทำงานแล้วล่ะก็ ภรรยาของพ่อคงให้คนใช้ทำแทนแล้วล่ะ”
17ในช่วงสงครามเย็นนั้น อเมริกากับรัสเซียแข่งขันกันสะสมอาวุธนิวเคลียร์เพื่อแสดง
แสนยานุภาพทางทหารกันอย่างมากมาย จนในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ตระหนักว่าถ้ายังเป็นเช่นนี้
ต่อไปอาจเกิดสงครามล้างโลกได้ ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงที่จะให้ใช้เวลา 5 ปีในการไปพัฒนาพันธุ์หมาที่แข็งแกร่งสุดยอด
หลังจากนั้นจะนำหมาที่ได้มาสู้กัน ถ้าอเมริกาชนะ รัสเซียจะต้องเปลี่ยนมาเป็นประชาธิปไตย
ในทางกลับกันถ้ารัสเซียชนะ อเมริกาจะต้องเปลี่ยนเป็นคอมมิวนิสต์
พวกรัสเซียไปเสาะหาสายพันธุ์โดเบอร์แมนที่ตัวใหญ่ที่สุด โหดที่สุด มาผสมกับ ร็อตไวเลอร์ที่ใหญ่ที่สุด
ดุที่สุด แถมด้วยสุดยอดสายพันธุ์หมาป่าไซบีเรียด้วย พวกเขาได้ลูกหมาตัวใหญ่ยักษ์ แข็งแกร่งสุดๆ
หลังจากการฝึกหนักหลายปีจนถึงกำหนดการแข่งขัน พวกเขาก็ได้หมายักษ์สุดโหดมหากาฬเท่าที่โลกเคยมีมา
กรงต้องทำด้วยเหล็กท่อนเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 5 นิ้ว ซึ่งถึงขนาดนี้ก็ยังไม่มีใครอยากเสี่ยงเข้าใกล้กรงของมันอยู่ดี
เมื่อถึงวันแข่งพวกเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นคู่แข่ง มันเป็นหมาดัชชุนด์ขนาดยาวเกือบสามเมตร
ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะตัวขนาดนั้นแต่ก็ดูไม่มีพิษสงเทียบเคียงกับโคตรหมาดุจากรัสเซียได้เลย
หลังจากกรงของดัชชุนย์ยักษ์จากอเมริกาถูกเปิดออก มันค่อยๆก้าวเดินออกมาจากกรงมา
หน้ากรงของโคตรหมารัสเซียซึ่งขู่คำรามใส่อย่างดุร้าย หลังจากกรงของโคตรหมาถูกเปิดออก มันกระโจนใส่ดัชชุนด์ยักษ์ทันที
ซ้วบเพียงชั่วพริบตาดัชชุนด์ยักษ์อ้าปากงาบโคตรหมากลืนลงท้องหายวับไปกับตา พวกรัสเซียนยืนตะลึงตาค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ผมไม่เข้าใจเลย” ตัวแทนจากรัสเซียคราง “เราใช้เวลา 5 ปีสร้างสายพันธุ์หมาที่เราเชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุด
แต่การต่อสู้จบลงเพียงชั่วพริบตา พวกคุณทำได้ไงเนี่ย”
“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก” ตัวแทนจากอเมริกายิ้มเจ้าเล่ห์ “เราแค่รวบรวมมือศัลยกรรมตกแต่ง
ที่เก่งที่สุดทั่วอเมริกามาทำให้จระเข้กลายเป็นหมาดัชชุนด์แค่นั้นเอง”
18.สัตวแพทย์หนุ่มกลับบ้านมาหลังจากวันที่เหน็ดเหนื่อย ภรรยาของเขานั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารในชุดนอนสุดเซ็กซี่
ท่ามกลางแสงเทียนที่ส่องสะท้อนกับแก้วไวน์เย็นเฉียบวิบวับ หลังจากมื้อค่ำที่ชื่นมื่นกับไวน์รสดีอีกหลายแก้ว
พวกเขาก็ชวนกันเข้าห้องนอน
ราวเที่ยงคืน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“คุณหมอเหรอค้า” เสียงหญิงชราดังมาจากปลายสายอีกด้านหนึ่ง
“ครับผม” นายสัตวแพทย์ตอบ “มีเรื่องด่วนอะไรหรือครับ”
“ก็มีแหละค่า มีแมวฝูงนึงมาจับหาคู่กันอยู่หน้าบ้านอีชั้นนี่แหละค่า ร้องหง่าวกันดังลั่นจนอีชั้นไม่ต้องหลับต้องนอน
ไล่มันๆก็ไม่ยอมไปค่า คุณหมอช่วยแนะนำหน่อยสิค้า ว่าทำยังไงถึงจะให้มันหยุดได้ซะที”
สัตวแพทย์หนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดออกมาครั้งนึงแล้วตอบ
“ยังงี้นะครับ เปิดหน้าต่างออกไป แล้วบอกมันว่ามีคนอยากคุยโทรศัพท์ด้วย...”
“อุ๊ยตาย” หญิงชราไม่อยากจะเชื่อ “แล้วจะหยุดพวกมันได้จริงหรือค้า”
“ผมว่าน่าจะนะ” หมอตอบ “วิธีนี้ยังหยุดผมมาแล้วเลย”
19.นักธุรกิจหนุ่มไปเที่ยวลาสเวกัสในวันหยุด หลังจากค่ำคืนที่หน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าโต๊ะรูเล็ต
เขาเล่นเจ๊งหมดตูด ทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือแค่ตั๋วเครื่องบินเที่ยวกลับที่จะใช้บินกลับบ้านได้
ดังนั้นถ้าเขาสามารถไปถึงสนามบินได้ ก็หมายถึงเขากลับบ้านได้เช่นเดียวกัน
เขาเดินออกมาหน้าคาสิโน แล้วเดินตรงไปที่แท็กซี่ที่จอดรออยู่เพียงคันเดียว เล่าสถานการณ์ให้คนขับแท็กซี่ฟัง
โดยเขาสัญญาว่าจะส่งเงินมาใช้ให้ทีหลัง เขาเสนอให้จดเลขบัตรเครดิต ใบขับขี่ ที่อยู่สารพัดประดามีเท่าที่จะนึกออกเพื่อเป็นหลักประกัน
“ถ้านายไม่มีเงินสด 15 เหรียญ ก็เชิญลงไปจากรถได้ ไม่ต้องพูดมาก เสียเวลาทำมาหากิน” แท็กซี่สำราก
เขาเสียเวลาอยู่ริมถนนเกือบชั่วโมงเพื่อโบกรถที่ผ่านมาเพื่อไปยังสนามบิน

หนึ่งปีต่อมานักธุรกิจคนเดิมกลับมาลาสเวกัสอีก คราวนี้เทพีแห่งโชคยืนอยู่ข้างเขา
เขาเดินออกจากคาสิโนแบบกระเป๋าตุงไปด้วยเงินสดๆจำนวนมาก คราวนี้มีแท็กซี่จอดรออยู่เกือบ 30 คัน
แวบหนึ่งที่กวาดตามองแถวของแท็กซี่ เขามองเห็นใบหน้าที่จำได้ไม่รู้เลือนของแท็กซี่ใจดำที่จอดรถอยู่ท้ายแถว
นักธุรกิจหนุ่มคิดอยู่สักพัก ก่อนที่จะตัดสินใจเดินไปที่แท็กซี่ที่จอดอยู่หัวแถว
“ค่ารถไปสนามบินเท่าไหร่ครับ” เขาถามคนขับ
“15 เหรียญครับ” คนขับตอบ
“แล้วถ้าไปนอนกับผม คุณจะคิดเท่าไหร่” เขาถามหน้าตาเฉย
“ไอ้บ้าเอ๊ย รีบๆไปไกลๆเลย” โชเฟอร์รับไม่ได้
เขาเดินยังรถคนถัดไปในแถวแล้วถามอย่างเดิม และแน่นอน ผลลัพธ์ก็เป็นเช่นเดิม
จนในที่สุดเขาก็มาถึงไอ้แท็กซี่ตัวแสบที่อยู่ท้ายแถว
“ค่ารถไปสนามบินเท่าไหร่ครับ” เขาถาม
“15 เหรียญครับ” แท็กซี่เจ้าเก่าตอบ
เขาตกลงโดยดี แล้วก้าวขึ้นรถ
ขณะที่แท็กซี่ค่อยๆเคลื่อนผ่านแถวแท็กซี่ที่เพิ่งจะปฏิเสธเขามา นักธุรกิจหนุ่มเปิดหน้าต่างโบกมือให้แท็กซี่ในแถว
ชี้มือไปที่คนขับตัวแสบ ยิ้มกว้าง แล้วชูหัวแม่โป้งให้อย่างชื่นชม

20.สาวนางหนึ่งเจอกับวันอับโชคที่ลาสเวกัส เธอเล่นเสียมาตลอดวัน และในที่สุดก็เหลือเบี้ยอยู่ในมือ 50 เหรียญสุดท้ายอยู่หน้าโต๊ะรูเล็ตต์
ด้วยความเซ็ง เธอบ่นออกมาดังๆ “ทำไมมันถึงได้ซวยยังงี้ ชั้นจะเอาไงต่อดีเนี่ย”
หนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆได้ยินเข้าจึงแนะนำเธอ
“ทำไมคุณไม่ลองแทงเลขอายุของคุณล่ะ เผื่อจะมีโชคบ้าง”
เขาเดินออกมาหลังจากที่แกนรูเล็ตต์เริ่มหมุน แต่ว่าเพียงไม่ถึงนาทีถัดมาก็มีเสียงคนโวยวายกันลั่นที่โต๊ะรูเล็ตต์
“สงสัยเธอจะแทงถูกว่ะ” เขาคิดในใจในขณะที่เดินกลับไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น
สาวคนเดิมนอนแผ่สิ้นสติอยู่บนพื้น ในขณะที่มีคนรอบข้างช่วยกันปฐมพยาบาลเธออยู่
“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ เธอเป็นอะไรหรือ” เขาถามชายคนหนึ่งที่ยืนดูอยู่
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” ชายคนนั้นตอบ “ผมเห็นเธอวางเงินทั้งหมดลงในช่อง 29 พอหยุดหมุน ลูกมันตกช่องที่ 36 แล้วเธอก็เป็นลมไปเลย”
21.นักล่าสัตว์กลุ่มหนึ่งเช่าเฮลิคอปเตอร์ไปล่าสัตว์ในป่า การล่าประสบผลสำเร็จเกินคาด พวกเขาได้กระทิงมา 6 ตัว
เมื่อฮ.มารับกลับตามนัด นักบินเห็นสัตว์ทั้งหมดที่ล่ามาได้ก็โวยวาย
“โอ๊ย ขนไปอย่างมากก็สี่ตัวครับ น้ำหนักเกิน คุณคงต้องทิ้งไว้นี่สองตัวล่ะครับ”
“ปีที่แล้วผมก็ได้มาหกตัวเท่านี้ ฮ.ก็รุ่นเดียวกันนี่แหละ สภาพอากาศก็เหมือนวันนี้ ทุกอย่างไม่ได้แตกต่างกันเลย
นักบินคนนั้นยังยอมให้ผมขนไปเลย ใจคอคุณจะให้ผมทิ้งไว้ให้หมาป่าแทะหรือ” หนุ่มนักล่าแย้ง
หลังจากลังเลอยู่สักพัก ในที่สุดนักบินก็ยอมให้ขนกระทิงทั้งหมดขึ้นเครื่อง นักบินพยายามบังคับเครื่องขึ้น
แต่หลังจากขึ้นมาพ้นหุบเขาได้เพียงนิดเดียว ฮ.ก็เสียการทรงตัว แล้วตกลงในป่า
หลังจากปีนออกมาจากซากเครื่อง หนุ่มนักล่าคนหนึ่งถาม “เฮ้ย ใครรู้บ้างว่าเราอยู่ที่ไหน”
“ผมว่าผมรู้นะ” อีกคนหนึ่งตอบ “น่าจะราวๆสัก 100 เมตรจากตำแหน่งที่เครื่องตกปีที่แล้วว่ะ”
22.ไอ้หนูตัวเล็กเปิดคัมภีร์ไบเบิลเล่มเก่าแก่ของครอบครัวออกมาดูเป็นครั้งแรกด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เขาพลิกหน้าหนังสือเก่คร่ำคร่าไปหลายหน้า ทันใดนั้นเองก็มีของอย่างหนึ่งตกออกมาจากระหว่างหน้าหนังสือ
เขาก้มลงเก็บขึ้นมาดูอย่างสนใจ มันเป็นใบไม้สีน้ำตาลที่ถูกอัดไว้จนแห้ง
“แม่” ไอ้หนูตะโกนลั่นแล้ววิ่งไปหาแม่
“มีอะไรหรือจ๊ะ” แม่ถาม
ไอ้ตัวเล็กชูใบไม้ให้แม่ดูแล้วบอก “ผมเจอชุดของอาดัมครับ”
23.มีอยู่หนนึงที่ผมไปเยี่ยมหลานวัย 5 ขวบ ลูกสาวของน้องคนเล็กของผม
แม่ตัวเล็กวิ่งเข้ามาหาผมอย่างดีใจในขณะที่ผมยื่นถุงขนมของฝากให้
หลังจากกินขนมอย่างเอร็ดอร่อยแล้ว ยายตัวเล็กก็เข้ามาคลอเคลียแล้วฉอเลาะ
“คุณลุงรู้มั้ยคะ ว่าคุณลุงกับพระเจ้ามีอย่างนึงเหมือนกัน”
“จริงเหรอ อะไรจ๊ะหลาน” ผมยิ้มแก้มปริ รอรับคำชมจากหลานสาว
“ลุงกับพระเจ้า แก่ เหมือนกันเลย”
24.คู่แต่งงานใหม่คู่หนึ่งไปพักที่โรงแรมวอเตอร์เกต(คงจำกันได้กับคดีของนิกสัน) เมื่อเข้าไปถึงห้องพักในโรงแรม สาวเจ้าก็เป็นกังวล
“ไม่รู้ยังมีเครื่องดักฟังติดอยู่หรือเปล่านะคะ ชั้นรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเลย”
“ไม่ต้องห่วงที่รัก เดี๋ยวผมจะตรวจดูให้ทั่วเลย” เจ้าบ่าวรีบตรวจตราในห้องหวังให้สาวสบายใจ
เขาตรวจดูหลังม่าน หลังรูปภาพ ใต้พรม จนในที่สุด
“อะฮ่า” เขาอุทาน “ผมเจอแล้ว มันซ่อนอยู่ใต้พรมนี่”
สิ่งที่เขาพบเป็นแผ่นโลหะกลมๆเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว มีน็อตยึดอยู่กับพื้นใต้พรม เขาหยิบมีดสวิสออกมา
แล้วลงมือไขน็อตตัวนั้นออก แล้วยกชิ้นเหล็กนั้นขึ้นชูให้เจ้าสาวของเขาดู
“ทีนี้คุณคงสบายใจได้แล้ว” เขาพูดในขณะที่ขว้างมันออกนอกหน้าต่างไป
คืนนั้นผ่านไปด้วยความชื่นมื่นของคูแต่งงานใหม่
เช้าวันถัดมาผู้จัดการโรงแรมถามคู่หนุ่มสาว
“ห้องคุณเรียบร้อยดีไหมครับ?”
“ก็โอเคนะครับ ทำไมถามแปลกๆยังงั้นล่ะครับ” ชายหนุ่มสงสัย
“ก็เมื่อคืน ห้องที่อยู่ใต้ห้องคุณเขามีปัญหานิดหน่อยน่ะครับ” ผู้จัดการโรงแรมอธิบาย
“อยู่ๆโคมไฟระย้าที่แขวนบนเพดานห้องเกิดหล่นลงมาเฉยๆน่ะสิครับ”
25.หนุ่มสองคนแอบคุยกันในงานเลี้ยง
หนุ่ม 1: “ถามจริงเหอะวะ ลื้อก็แต่งงานมาตั้งสิบกว่าปีแล้ว ทำไมถึงยังหวีดกับเมียยังงี้วะ
เดี๋ยวก็ที่รัก เดี๋ยวก็หวานใจ ไม่เคยได้ยินลื้อเรียกเค้าอย่างอื่นบ้างเลย”
หนุ่ม 2: “อย่าเอ็ดไปนะเว้ย ความจริงแล้วอั๊วนึกชื่ออีไม่ออกมาซัก 3 ปีได้แล้วว่ะ”
26.จิตรกรหญิงผู้โด่งดังประสบปัญหาด้านสายตา เธอจึงไปพบจักษุแพทย์
"คุณต้องเข้ารับการผ่าตัดทันที ไม่เช่นนั้นคุณจะตาบอดอย่างแน่นอน" หมอบอก
เธอไม่มีทางเลือกนอกจากเข้ารับการผ่าตัด
ผลการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดี หลังจากนั้น 3 เดือนดวงตาของเธอก็สามารถใช้งานได้ดีดังเดิม
ด้วยความซาบซึ้งในบุญคุณของหมอผู้รักษา เธอจึงตอบแทนหมอ
โดยการวาดภาพดวงตาขนาดมหึมาลงบนผนังห้องทำงานของหมอ เมื่อเธอวาดภาพเสร็จ
เธอก็จัดแถลงข่าวขอบคุณหมอและเปิดแสดงผลงานชิ้นล่าสุดไปในตัว
หลังจากการแถลงข่าว มีนักข่าวมาสัมภาษณ์หมอ
“ครั้งแรกที่คุณหมอได้เห็นภาพนี้ คุณหมอรู้สึกยังไงครับ” นักข่าวถาม
หมอตอบ “ผมคิดว่า พระเจ้า โชคดีที่ผมไม่เลือกเป็นสูตินรีแพทย์”
27.คุณพ่อหมาดๆชวนเพื่อนไปเยี่ยมลูกสาวแรกเกิดที่โรงพยาบาล
“แหมดูยิ้มเข้าสิ น่ารักจัง” คุณพ่อพูด
“เอ ข้าไม่เห็นลูกสาวเอ็งจะยิ้มตอนไหนนี่หว่า” เพื่อนแย้ง
“เฮ้ย ข้าพูดถึงพยาบาลต่างหากโว้ย”
28.ชายสองคนนั่งตกปลาอยู่ริมทะเลสาบที่เย็นจนน้ำกลายเป็นน้ำแข็งบางส่วน
คนหนึ่งนั่งมาทั้งวันตกไม่ได้ปลาเลยสักตัวเดียว ในขณะที่อีกคนหนึ่งวัดได้วัดเอา ได้ปลาทุกๆ 5 นาที
ชายคนแรกพยายามเปลี่ยนทำเลตกอยู่หลายครั้ง ก็ยังตกปลาไม่ได้อยู่ดี จนในที่สุดเขาก็เอ่ยปากถามชายอีกคน
“ถามหน่อยเถอะ คุณมีเทคนิคอะไรถึงได้ตกปลาได้เยอะแยะยังงี้” เขาถาม
“อมอ้มอมอ้มอ่มอ่มอ่มอมอ่ม” ชายอีกคนตอบแบบฟังยาก
“ขอโทษนะครับ” ชายคนแรกทำท่าเกรงใจ “ช่วยพูดอีกทีได้ไหม ผมฟังไม่รู้เรื่องเลย”
“อ้มอมอ้มอ่มอ่ม อ๊มอ่มอ่มอ้มอม” คำตอบครั้งที่สองก็ยังฟังไม่รู้เรื่องอยู่ดี
“ขอโทษทีเถอะครับ ผมสังเกตว่าคุณอมอะไรอยู่ในปาก บ้วนออกมาแล้วบอกผมอีกทีเถอะนะครับ”
ชายคนแรกเกรงใจ แต่ก็อยากรู้เคล็ดลับ
นักตกปลาคนเก่งบ้วนของในปากลงในมือแล้วพูดเสียงดังฟังชัด
“คุณต้องทำให้ไส้เดือนอุ่นอยู่ตลอด ปลาถึงจะกินโว้ย”
29.“คุณเป็นหวัด” หมอบอกกับคนไข้ที่มาหา “รักษาไม่ได้หรอก พักผ่อนให้มากๆ ไม่เกินอาทิตย์นึงคุณก็จะหายดีเอง”
“แต่คุณหมอครับ” คนไข้โอดครวญ “ผมรู้สึกแย่มากเลย คุณหมอช่วยรักษาผมหน่อยเถอะครับ”
“เอางี้แล้วกัน” หมอเริ่มรำคาญ “คุณกลับบ้านไปแช่น้ำเย็นสัก 2-3 ชั่วโมง พอชักดึกก็ใส่เสื้อคลุมอาบน้ำ
ออกไปเดินเล่นนอกบ้านสัก ชั่วโมง สองชั่วโมง”
“หา” คนไข้โวย “ผมก็ปอดบวมพอดีสิ”
“นั่นแหละ” หมอตอบ “ผมมีวิธีรักษาปอดบวม”
30.“จะรับอะไรเพิ่มอีกหรือเปล่าครับท่าน” พนักงานโรงแรมถามแขกที่มาพักหลังจากจัดโต๊ะอาหารมื้อหรู 2 ที่ให้ถึงห้องพักแขกพิเศษ
“ไม่ต้องแล้วล่ะ” เศรษฐีตอบ “ยังไม่ต้องการอะไรเพิ่มตอนนี้”
ขณะที่เขากำลังหันหลังกลับจากออกจากห้องเขาก็นึกขึ้นได้ จึงหันกลับไปถาม
“ต้องการอะไรพิเศษสำหรับภรรยาของท่านหรือเปล่าครับ”
“อืม… ไม่เลว” แขกพิเศษเห็นด้วย “หาโปสการ์ดสวยๆให้ซักใบสิ”
31.ชายกลางคนเดินเข้าไปในนั่งที่เคาน์เตอร์ในบาร์
“จะดื่มอะไรดีครับ?” บาร์เทนเดอร์ถาม
“ไม่ล่ะครับ” เขาตอบ “ผมเคยลองดื่มหนนึง ไม่ชอบเอาซะเลย ผมเลยไม่เคยดื่มอีก”
บาร์เทนเดอร์รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่เพื่อเอาใจแขก เขาหยิบซองบุหรี่ออกมา แล้วยื่นให้ “บุหรี่ซักมวนมั้ยครับ”
เขาปฏิเสธอีก “ไม่ล่ะครับ ผมเคยลองหนนึง สำลักแทบแย่ แล้วไม่เคยลองอีกเลย”
“ปกติผมไม่เข้าบาร์หรอกครับ พอดีมีนัดกับลูกชายที่นี่” เขาเห็นแววตางุนงงของบาร์เทนเดอร์จึงอธิบาย
“ขอทายนะครับ” บาร์เทนเดอร์หลิ่วตา “ลูกคนเดียวของคุณรึเปล่าครับ”
32.สาวใหญ่นางหนึ่งกลับจากทัวร์ชอปปิ้งที่ยุโรป เมื่อกลับมาถึงบ้าน เธอพบสามีนอนเปลือยอยู่กับ
สาวน้อยบนเตียงในห้องนอน หลังจากตะเพิดแม่สาวต้นเหตุออกจากบ้านแล้ว เธอก็เริ่มระดมขว้างปาข้าวของเข้าใส่สามีตัวดี
“ใจเย็นที่รัก ฟังผมอธิบายหน่อย” สามีตัวแสบยังพยายามร้องขอโอกาสแก้ตัว
“เมื่อตอนเย็นผมขับรถกลับจากที่ทำงาน ระหว่างทางเจอผู้หญิงคนนี้เดินอยู่ข้างถนน เธอดูโทรมมาก
เสื้อผ้าขาดวิ่น ท่าทางจะเป็นลม ผมสงสารก็เลยรับเธอกลับมาบ้าน ทำอาหารให้เธอกิน
ก้อ... ใช้เนื้อที่คุณแช่ลืมไว้ในช่องแข็งตั้งเกือบสองเดือนแล้วนั่นแหละ ทีนี้ผมเห็นเธอไม่มีรองเท้าใส่ด้วย
ผมเลยเอารองเท้าคู่ที่คุณเลิกใส่เพราะเขาเลิกนิยมกันแล้วให้เธอคู่นึง แล้วให้เสื้อเธอตัวนึง
ก็เสื้อตัวที่ผมซื้อให้คุณเป็นของขวัญวันเกิดแต่คุณไม่เคยใส่เพราะคุณบอกว่าสีไม่เข้ากับสีผิวคุณ แล้วกางเกงเธอก็ขาด
ผมเลยให้ยีนส์ของคุณไปตัวนึง แต่ก็เป็นตัวเก่าที่เอวเล็กไปจนคุณใส่ไม่ได้แล้ว เธอก็ขอบอกขอบใจผมใหญ่
ทีนี้ก่อนจะออกไป เธอหันมาถามผมว่า มีอะไรที่ภรรยาคุณไม่ใช้แล้วอีกบ้างมั้ยคะ”
33.นักท่องเที่ยวอเมริกันกลุ่มหนึ่งไปเที่ยวไอร์แลนด์
วันหนึ่ง ไกด์ก็พานักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไปดูหินบลานีย์ที่มีชื่อเสียง
“ว่ากันว่า ใครได้จูบหินก้อนนี้ จะมีโชคดีครับ” ไกด์หนุ่มหล่ออธิบาย
“แต่พวกคุณออกจะโชคร้ายหน่อย พอดีวันนี้เขากำลังทำความสะอาดหินอยู่
จึงไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปจูบได้ครับ” ไกด์บอกต่อ
ท่ามกลางสีหน้าผิดหวังและเสียงบ่นพึมพัมของนักท่องเที่ยว
มีเจ๊ตุ่มคนหนึ่งซึ่งอยู่ในกรุ๊ปทัวร์ตะโกนสวนมา
“ชั้นได้ยินมาว่าถ้าใครได้จูบคนที่เคยสัมผัสหินมา ก็จะโชคดีเหมือนกันไม่ใช่หรือจ๊ะพ่อหนุ่ม
แล้วชั้นคิดว่าเธอต้องเคยจูบมาแล้วแน่ๆเลย” เธอพูดพลางทำตาหวาน
บิดร่างขนาดน้องๆพี่เสื้อสมุทรอย่างขวยเขินจนแผ่นดินสะเทือน
“เอ่อ...” ไกด์หนุ่มถึงกับอึ้ง “ผมไม่เคยจูบหรอกครับ แต่เคยนั่งน่ะ”
34.มีอยู่วันนึงผมอ่านหนังสือพิมพ์เจอโฆษณาย่อยเขียนว่า
“ปอร์เช่สีแดง ใช้ไม่ถึงปี สภาพ 99.99% ขายด่วน 30,000 บาท”
ผมรู้สึกแปลกใจว่าเป็นไปได้ยังไงก็เลยลองโทรไปถาม
“โฆษณาขายรถปอร์เช่ที่ลงไว้นี่ขายจริงหรือล้อกันเล่นครับเนี่ย” ผมถามตรงประเด็น
“จริงซีคะ รถใหม่เอี่ยม เพิ่งซื้อมาได้ไม่ถึงปี รุ่นเดียวกับทักษิณเลยแหละค่ะ
ไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว ยังเหลือประกันอีก 2 เดือนด้วยค่ะ” สาวใหญ่เจ้าของรถอธิบายแบบชัดเจน
หลังจากคุยกันอีกสักพักผมพบว่าบ้านเจ้าของรถอยู่ใกล้กับบ้านผมไม่มาก ผมก็เลยนัดขอดูรถ โดยแวะไปดูตอนหลังเลิกงาน
“อะฮ้า... ของจริงเว้ย” ผมคิดในใจหลังจากที่เห็นสภาพรถ
“ขอลองขับหน่อยได้ไหมครับ” ผมยังคาใจอยู่
เจ๊เจ้าของรถไม่ปฏิเสธ ผมเลยลองขับวิ่งวนในหมู่บ้านอยู่สักพัก ซึ่งก็ไม่มีปัญหา สภาพรถแจ่มแจ๋วทั้งนอกและใน
เมื่อผมกลับมาถึงบ้านเจ๊เจ้าของรถ (ลืมบอกไป บ้านหลังยังกะวัง คนอะไรวะรวยชิหัย) ผมถามเธอตรงๆ
“ถามตรงๆนะครับ รถพี่แจ๋วขนาดนี้ทำไมถึงจะขายแค่ 30,000”
“ก็ไอ้ผัวเฮงซวยของชั้นน่ะสิ” เธอขบเขี้ยวเคี้ยวฟันตอบ “ทิ้งชั้นไปอยู่กับเลขาเอ๊าะๆ
ก่อนไปยังมีหน้ามาบอกชั้นอีกว่า ทรัพย์สมบัติอะไรมันยกให้หมด แค่ช่วยขายรถคันนี้แล้วส่งเงินไปให้มันก็พอ”
35.คู่สามีภรรยาอายุปูน 80 เกิดนึกอยากมีลูกอีกสักคน ทั้งสองจึงไปปรึกษาแพทย์
“ผมว่าท่าจะยากหน่อยนะครับ แต่เอาเถอะ ในเมื่อคุณลุงยืนยันว่ายังแข็งแรงอยู่
ผมขอตรวจน้ำเชื้อดูหน่อยก็แล้วกัน จะได้รู้ว่ามีปริมาณเชื้อมากพอหรือเปล่า”
หมอบอกพร้อมกับหยิบกระปุกพลาสติกให้ชายสูงอายุหนึ่งใบและชี้ให้เข้าไปในห้องเล็กๆห้องหนึ่ง
30 นาทีผ่านไป ชายชราก็เปิดประตูออกมาด้วยท่าทางอ่อนล้า
“ขอโทษนะครับคุณหมอ ขอผมพาภรรยาเข้าไปด้วยได้ไหมครับ” เขาถามหมอ
“ได้สิครับ จะทำไงก็ได้ ขอให้ได้ตัวอย่างก็แล้วกัน” หมออนุญาตโดยดี
ทั้งคู่กลับเข้าไปในห้องเล็กๆนั้นอีก 30 นาทีต่อมาทั้งคู่เปิดประตูออกมา ท่าทางอ่อนระโหยโรยแรง เหงื่อท่วมตัว เสื้อผ้ายับยู่ยี่ทั้งคู่
“อ้าว ไม่สำเร็จหรือครับ” หมอถามอย่างแปลกใจเมื่อชายชรายื่นกระป๋องเปล่าให้
ชายชราถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนตอบ “ไม่ไหวครับหมอ ผมลองด้วยมือขวาก็แล้ว
มือซ้ายก็แล้ว สองมือพร้อมๆกันก็แล้ว พอภรรยาผมมาช่วย เธอก็ลองทั้งมือซ้าย แลมือขวา
จนเราช่วยกันทั้งสองคนสี่มือ ก็ยังไม่ไหว เธอต้องลองใช้ฟันดู ก็ยังไม่ได้เรื่อง
จนผมต้องใช้ฟันผมเอง มันก็ยังไม่สำเร็จอยู่ดี ไอ้ฝากระป๋องนี่มันเปิดยากจริงๆครับ”
36.บ่ายวันหนึ่ง มีเครื่องบินเล็กลำหนึ่งร่อนลงจอดที่ฐานทัพอากาศลับ Area 51
ทหารประจำฐานรีบออกมาควบคุมตัวนักบินเอาไว้แล้วนำไปสอบสวน
นักบินเล่าว่าเขาขับออกจากลาสเวกัสเมื่อตอนสาย แล้วหลงทางมาจนกระทั่งเจอสนามบินแห่งน
ี้จึงรีบนำเครื่องลงเพราะว่าน้ำมันใกล้หมดเต็มที
หลังจากสอบสวนอย่างหนักทั้งคืนและให้ FBI ตรวจสอบประวัติของเขาแล้วพบว่าเป็นเพียงคนธรรมดาๆคนหนึ่ง
เช้าวันถัดมาหลังจากเครื่องบินของเขาจึงได้รับการเติมน้ำมันจนเต็ม และเขาถูกกำชับอย่างหนักแน่นว่า
“คุณไม่เคยเห็นฐานทัพนี้มาก่อน มิฉะนั้นเราจะรับรองความปลอดภัยของชีวิตคุณไม่ได้”
แล้วเครื่องบินเล็กของเขาก็บินขึ้น มุ่งหน้ากลับสู่ลาสเวกัส
เช้าวันถัดมา ทหารประจำฐาน Area 51 แทบไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นเครื่องบินเล็กเจ้าเก่าบินลงที่ฐานอีกครั้ง เช่นเดิม
ทหารประจำฐานเข้าล้อมเครื่องบินเล็กทันที สิ่งเดียวที่ไม่เหมือนเดิมคือ คราวนี้มีคนอยู่สองคนบนเครื่อง
นักบินคนเดิมรีบกระโดดลงมาจากเครื่อง ชูมือขึ้นเหนือหัว แล้วตะโกน
37.ไอ้หนูตัวเล็กแต่หัวดี เรียนเร็วกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันถึง 2 ปี แต่ก็ยังสอบได้ที่ 1 เป็นประจำ
เพื่อนร่วมชั้นเกเรที่ตัวโตกว่าก็เลยชอบหาเรื่องกลั่นแกล้งอยู่เป็นประจำในสารพัดรูปแบบ
ที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดคือยางขนมที่กำลังกินอยู่
วันหนึ่งเหตุการณ์ที่คุ้นเคยก็เกิดขึ้นอีก ขณะที่ไอ้หนูคนเก่งแอบปลีกวิเวกไปนั่งอยู่ในมุมสงบของ
โรงเรียนพร้อมทั้งขวดใบเล็กข้างในมีลูกกลมๆสีน้ำตาลอยู่เกือบเต็มขวด เพื่อนตัวแสบก็โผล่มา
“นี่มันอะไรอ่ะ” จอมเกเรถามหลังจากคว้าขวดไปไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว
“ยาฉลาด” ไอ้หนูตัวเล็กตอบเสียงอ่อย
“ยาฉลาด?” จอมเกเรทวนคำอย่างแปลกใจ พลางถือวิสาสะเปิดฝาขวด แล้วหยิบใส่ปากหนึ่งเม็ด
“แหวะ” จอมเกเรรีบคายออกมาแทบไม่ทัน “รสชาติยังกะอึกจะต่ายแน่ะ”
“อะฮ้า” ไอ้หนูตัวเล็กตบมือ “ชักฉลาดขึ้นมาหน่อยแล้ว”
38.ไอ้หนูป.2 ร้องไห้กลับมาจากโรงเรียน เพราะสอบตกวิชาคณิตศาสตร์
“ทำไมถึงสอบตกล่ะลูก” พ่อถาม
“ครูถามว่า 2 คูณ 3 ได้เท่าไหร่ ผมก็ตอบว่า 6 ครับ” ไอ้หนูเล่า
“อ้าว! ก็ถูกนี่” พ่อสงสัย
“แล้วครูก็ถามต่อว่า 3 คูณ 2 ได้เท่าไหร่” ไอ้หนูเล่าต่อ
“แล้วแม่งต่างกันตรงไหนวะ” พ่อบ่น
“เห็นมั้ย พ่อก็พูดเหมือนผมเลย”
39.หนุ่มนักซิ่งรายหนึ่งกำลังซิ่งรถสปอร์ตที่แต่งมาอย่างดีบนทางด่วนตอนเที่ยงคืน แน่นอนว่าความเร็วร่วม 190 กม./ชม.
ตำรวจที่แอบซุ่มอยู่เห็นรถเขาและเมื่อส่งสัญญาณให้หยุดแล้วไม่หยุดก็ขับตามเขาทันที เมื่อไอ้หนุ่มเห็นรถตำรวจ เขาคิดในใจ
“เฮอะ ถึงรถตำรวจจะเป็นบีเอ็ม แต่ใจไม่ถึงหรอก” เขาตัดสินใจเร่งความเร็วเพื่อซิ่งหนี
แต่ตำรวจไม่ยอมลดละ ทั้งคู่เร่งความเร็วขึ้นไปถึง 240 กม./ชม. ก่อนที่ไอ้หนุ่มนักซิ่งตัดสินใจยอมแพ้และเข้าจอดข้างทาง
“ไงคุณ” ตำรวจแยกเขี้ยวใส่เมื่อเดินมาถึงรถของไอ้หนุ่มที่เปิดกระจกรถรออย่างรู้หน้าที่ “จะรีบไปไหนกัน ถ้าเหตุผลไม่เข้าท่า เดี๋ยวสวยแน่”
“เอ่อ...” ไอ้หนุ่มอึ้งนึกหาข้อแกตัวอยู่พักหนึ่ง ก่อนเปิดปากพูดออกมา “อาทิตย์ที่แล้วเมียผมหนีตามตำรวจคนนึงไป ผมกลัวเค้าจะเอามาคืนน่ะครับ”
ตำรวจปล่อยไอ้หนุ่มไปอย่างอารมณ์ดี
40.หลังจากได้ลูกชายคนที่สิบเอ็ด ตั้งทีมฟุตบอลได้พอดี หนุ่มใหญ่ชาวไร่ก็เพิ่งจะคิดได้ว่าน่าจะพอได้แล้ว
เขาจึงไปหาหมอ(ซึ่งปกติก็รักษาแต่วัวควายเท่านั้น) แล้วบอกหมอว่าเขาไม่อยากมีลูกเพิ่มอีกแล้ว
“ผมก็อยากจะผ่าตัดทำหมันให้คุณนะ แต่จนใจที่ผมทำเป็นเฉพาะวัวควายเท่านั้นแหละ แต่เอาเถอะ ผมพอรู้อีกวิธีนึงอยู่” หมอแนะ
“คุณไปร้านขายประทัดนะ แล้วซื้อดอกที่มันใหญ่ที่สุดในร้านมาเลย กลับไปบ้าน จุดมัน ถือไว้ แล้วก็นับ 1 ถึง 10” หมอสาธยาย
ไอ้หนุ่มฟังแล้วรู้สึกไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อนักว่าวิธีนี้จะทำให้เป็นหมันได้
เขาก็เลยโทรไปหาหมออีกคนนึง (ก็สัตวแพทย์อีกนั่นแหละ) แล้วเล่าวิธีที่หมอคนแรกแนะนำ
“วิธีนี้ใช้ได้แน่นอน” หมอคนที่สองยืนยัน
ด้วยความมั่นใจจากการยืนยันของหมอถึงสองคน ไอ้หนุ่มชาวไร่จึงไปซื้อประทัดขนาดกระบอกข้าวหลาม
ยาวประมาณ 6 นิ้วมาดอกหนึ่ง กลับบ้าน จุดประทัด ถือไว้ในมือซ้าย แล้วเริ่มนับนิ้วมือขวา
“1, 2, 3, 4, 5”
หยุดเว้นวรรคเอาประทัดหนีบไว้หว่างขา แล้วเอานิ้วมือซ้ายขึ้นมานับต่อ
 41.หญิงชราเดินทางเข้าเมืองเป็นครั้งแรก เธอเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง
เธอเดินตามเด็กยกกระเป๋าที่หิ้วสัมภาระของเธอนำหน้าพาเธอไปยังห้องพัก
เมื่อประตูห้องปิดลง เธอมองหน้าเด็กยกกระเป๋าอย่างไม่พอใจ
“นี่ หนุ่ม ถึงชั้นจะแก่แล้วก็มาจากบ้านนอก แต่ชั้นก็ไม่ได้โง่นะยะ ชั้นจ่ายค่าห้องคืนละตั้งพัน แล้วดูซิ
ห้องนี้เล็กเท่ารูหนู หน้าต่งหน้าต่างก็ไม่มีซักบาน ซ้ำร้ายยังไม่มีเตียงซะอีก จะให้ชั้นนอนพื้นหรือยังไง”
“คุณป้าครับ” เด็กยกกระเป๋าอธิบายอย่างเกรงใจ “นี่ไม่ใช่ห้องคุณป้าหรอกครับ นี่เค้าเรียกว่าลิฟท์น่ะ”
42. ว่ากันว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของประเทศสารขัณฑ์ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ ส.ส.ฉลุย
ผู้ซึ่งขึ้นชื่อว่าปากจัดและมีลีลาการพูดที่ร้อนแรงเร้าจายที่สุดคนหนึ่งได้ตะโกนออกมาระหว่างการอภิปรายที่เร่าร้อน
“ผมพูดได้เลย มีส.ส.ครึ่งนึงในสภานี้ที่หน้าตัวเมีย!”
ทันใดนั้นเองส.ส.ทั้งสภาโวยวายกันลั่น แย่งกันยกมือประท้วงเรียกร้องให้ถอนคำพูด
หลังจากนั่งกุมกบาลอยู่ 5 นาทีเต็ม ประธานสภาก็สรุปโดยการให้ส.ส.ฉลุยถอนคำพูด
“ก็ยังได้ ถ้าท่านประธานยืนยันอย่างนั้น” ส.ส.ฉลุยยอมอย่างเสียไม่ได้
“ผมขอถอนคำพูดเมื่อกี๊ เปลี่ยนเป็นว่า มีส.ส.ครึ่งนึงในสภานี้ที่ ไม่ หน้าตัวเมีย!”
43. ชายร่างเล็กเดินเข้าไปในบาร์แล้วตะโกนถาม
“ใครเป็นเจ้าของหมาโดเบอร์แมนที่ผูกไว้หน้าร้านครับ”
“หมาผมเอง มีอะไรหรือ” ชายร่างใหญ่ที่นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ตะโกนตอบ
“หมาผมเพิ่งจะทำหมาคุณตายครับ” ชายร่างเล็กตอบ
“พูดเป็นเล่นน่า” ชายเจ้าของโดเบอร์แมนไม่อยากจะเชื่อ “หมาคุณเป็นพันธุ์อะไรถึงทำโดเบอร์แมนตายได้”
“พูดจริงครับ” ชายร่างเล็กยืนยัน “หมาผมเป็นชิวาว่า”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณนี่มีอารมณ์ขันดีจริงๆ ชิวาว่าจะทำโดเบอร์แมนตายได้ยังไง” ชายร่างใหญ่หัวเราะใส่หน้า
“ได้สิครับ” ชายเจ้าของชิวาว่ายืนยันอย่างหนักแน่น ”มันติดคอน่ะ”
44.มีอยู่วันหนึ่งผมเห็นตายายคู่หนึ่งนั่งกินมื้อเที่ยงอยู่ในแม็คโดนัลด์
ผมสังเกตเห็นว่าพวกเขาสั่งอาหารมาแค่ชุดเดียว ชายแก่บรรจงหั่นแฮมเบอร์เกอร์ออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆกัน
แล้วนับชิ้นมันฝรั่งทอดเป็นสองจานเท่ากันพอดี จากนั้นเขาก็ลงมือกินส่วนของเขา ปล่อยให้ภรรยานั่งดูอยู่เฉยๆ
ด้วยความเห็นอกเห็นใจพวกเขาผมจึงเดินเข้าไปเสนอซื้ออาหารให้เขาอีกชุดหนึ่ง จะได้ไม่ต้องแบ่งกันกิน
“โอ๊ย ไม่ต้องหรอก” ชายแก่ปฏิเสธพัลวัน “เราแต่งงานกันมาตั้ง 50 ปีแล้ว และก็ตกลงกันว่าจะแบ่งทุกสิ่งทุกอย่างกัน”
“อ้าว แล้วคุณป้าไม่เห็นทานเลยนี่ครับ” ผมถามด้วยความสงสัย
หญิงชรายิ้มเห็นเหงือกเป็นแผงตอบผม “อ๋อ พ่อหนุ่ม ป้ารอฟันปลอมอยู่น่ะ”
45. พจนานุกรมฉบับวันวาเลนไทน์
พจนานุกรมภาษาหญิง
ใช่ แปลว่า ไม่
ไม่ แปลว่า ใช่
ไม่แน่ แปลว่า ไม่แน่ๆ
ชั้นเสียใจ แปลว่า แล้วเธอจะเสียใจ
เราต้องการ แปลว่า ชั้นอยากได้
แล้วแต่เธอจะตัดสินใจ แปลว่า เธอน่าจะรู้นะว่าทำยังไงถึงจะเรียกว่าตัดสินใจถูก
เธอจะเอางั้นก็ได้ แปลว่า จำไว้แล้วกัน
เราต้องคุยกันหน่อย แปลว่า ชั้นอยากด่าเธอหน่อย
ชั้นไม่เสียใจหรอก แปลว่า จะไม่ให้ชั้นเสียใจได้ไง ไอ้ปัญญาอ่อนเอ๊ย
เธอดูแมนจัง แปลว่า เธอต้องโกนหนวดบ้างนะ แถมตัวยังเหม็นอีกต่างหาก
เธอรักชั้นมั้ย? แปลว่า ชั้นกำลังอยากให้เธอซื้อของแพงๆให้
เธอรักชั้นมากแค่ไหน? แปลว่า ชั้นเพิ่งทำอะไรบางอย่างที่เลวร้ายไป
ขอเวลาชั้นแต่งตัวแป๊บนึงนะ แปลว่า เชิญเปิดทีวีหาบอลดูสักชั่วโมงสองชั่วโมงนะ
ก้นชั้นแฟบไปมั้ยเนี่ย? แปลว่า ช่วยชมว่าชั้นสวยหน่อยสิ
เธอต้องหัดพูดจาให้รู้เรื่องหน่อยนะ แปลว่า เธอต้องเห็นด้วยกับที่ชั้นพูดสิ
นี่เธอฟังชั้นพูดอยู่หรือเปล่า? แปลว่า ช้าไปต๋อย เธอตายแน่
พจนานุกรมภาษาชาย
ผมหิว แปลว่า ผมหิว
ผมง่วงแล้ว แปลว่า ผมง่วงแล้ว
ผมเหนื่อยจัง แปลว่า ผมเหนื่อยจัง
ไปดูหนังกันมั้ย? แปลว่า ผมอยากอึ๊บกับคุณ
ไปกินข้าวเย็นกันมั้ย? แปลว่า ผมอยากอึ๊บกับคุณ
ไปดิ้นกันมั้ย? แปลว่า ผมอยากอึ๊บกับคุณ
ชุดสวยดีนี่ แปลว่า คุณน่าอึ๊บจัง
เป็นอะไรหรือเปล่า? แปลว่า ผมนึกว่าเราจะอึ๊บกันคืนนี้ซะอีก
ผมเบื่อจัง แปลว่า อยากจะอึ๊บกับผมหรือเปล่า?
ผมรักคุณ แปลว่า ผมอยากอึ๊บคุณ
ผมก็รักคุณ แปลว่า โอเคเลย มาอึ๊บกันเถอะ
มาคุยกันหน่อยมั้ย แปลว่า ผมอยากจะแสดงให้คุณดูว่าผมน่าประทับใจมาก บางที
คุณอาจจะอยากอึ๊บกับผมนะ
คุณจะแต่งงานกับผมมั้ย? แปลว่า ผมอยากจะให้แน่ใจว่าคุณจะไม่ไปอึ๊บกับคนอื่นนอกจากผม
 
46. ทุยที่รัก,

เรียมไม่เคยนอนหลับอย่างเป็นสุขเลยตั้งแต่ทิ้งให้ทุยอกหักเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
ทุยจะให้อภัยและให้โอกาสเรียมกลับไปเป็นที่รักของทุยอีกครั้งได้ไหมจ๊ะ ถ้าทุยไม่รับหัวใจเรียมคงแหลกสลาย
เรียมทำผิดไปแล้ว และจะไม่ยอมทำผิดซ้ำสอง ไม่เคยมีใครดีกับเรียมเท่ากับทุย
รักมากถึงมากที่สุด
เรียมเอง
ปล. ยินดีด้วยนะจ๊ะที่ทุยถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดที่แล้ว

47. ผมได้ข่าวมาว่า Microsoft กำลังจะออก Windows ตัวใหม่ที่รวมเอาความสามารถของ
Windows ตัวที่ขายในท้องตลาดปัจจุบัน 3 ตัวเข้าด้วยกันคือ Windows CE, Windows Me
และ Windows NT โดย Windows ตัวใหม่นี้เชื่อว่าจะแข็งแกร่ง ทนทาน ไม่ Hang ง่ายเหมือนที่แล้วๆมา
ทั้งนี้จะใช้ชื่อที่รวมจากต้นแบบทั้ง 3 ตัวคือ Windows CEMeNT เหนียวแน่น ทนทาน นานปี
48. คนไข้: “คุณหมอต้องช่วยผมนะครับ ช่วงนี้ผมเครียดมากเลย ควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้
จะระเบิดอารมณ์ใส่คนรอบข้างบ่อยจนไม่มีใครยอมพูดกับผมแล้ว”
หมอ: “ไหนลองเล่าปัญหาของคุณมาซิ”
คนไข้: “ก็ผมเพิ่งบอกไปไงวะ ปัญญาอ่อนหรือเปล่า”
49. หนุ่ม1: “ลื้อพรวดพราดหนีออกมาจากคลีนิคหมอฟันเฉยๆยังงี้ได้ไงวะ”
หนุ่ม2: “ก็ผู้ช่วยหมอฟันน่ะสิ อีบอกว่า ใจเย็นๆ อย่าตื่นเต้น เราแค่ดึงฟันออกมาก็จบเรื่องแล้ว”
หนุ่ม1: “อ้าวแล้วไงวะ ลื้อก็ทำตามอีสิวะ แค่นี้เอง แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว”
หนุ่ม2: “ก็อีไม่ได้บอกอั๊วนี่หว่า อีบอกหมอโว้ย”
50. คุณหมอมาเยี่ยมคนไข้สาวในเช้าหลังวันผ่าตัด
“ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยคะคุณหมอ” เธอถาม
“ได้สิครับ” หมอตอบอย่างใจดี
“เอ่อ...” ท่าทางเธออายๆ “นานแค่ไหนคะดิฉันถึงจะมีเซ็กซ์ได้ตามปกติ”
“อืม…” หมออ้าปากตอบหลังจากอึ้งไป 10 วินาที “ขอโทษนะครับ ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย
คุณเป็นคนไข้ผ่าตัดต่อมทอนซิลคนแรกที่ถามผมเรื่องนี้”
51. ชายคนหนึ่งไปหาหมอด้วยอาการท้องอืดเรื้อรัง
“คุณลองดื่มน้ำเกลือสักหนึ่งชั่วโมงก่อนอาหารเช้าทุกวันนะ ลองสักเดือนนึงแล้วกลับมาหาผมใหม่” หมอแนะนำ
หนึ่งเดือนผ่านไป ชายคนเดิมกลับมาหาหมอตามนัด
“เป็นไงครับ อาการดีขึ้นมั้ย” หมอถาม
“แย่กว่าเดิมซะอีกครับ” เขาตอบ
“คุณได้ดื่มน้ำเกลือตามที่ผมแนะนำหรือเปล่า” หมอสงสัย
“เปล่าครับ” เขาตอบหน้าแห้ง “ไม่ไหวครับ แค่ 15 นาทีผมก็แย่แล้ว”
52. วันนึงลุงดำถูกไล่ออกจากงานกรรมกรก่อสร้าง เมื่อกลับมาถึงบ้านเมียก็ถามว่าทำไมถึงโดนไล่ออก
“แกรู้จักโฟร์แมนมั้ย” ลุงดำถาม “ไอ้คนที่เดินไปเดินมาแล้วก็คอยดูคนอื่นทำงานน่ะ”
“แล้วไปเกี่ยวอะไรกับโฟร์แมนล่ะ” เมียสงสัย
“เฮอะ มันหมั่นไส้ข้าน่ะสิ” ลุงดำอธิบาย “ใครๆก็คิดว่าข้าเป็นโฟร์แมน”
53. หนุ่มหนึ่งเดินไปไปเคาะประตูบ้านข้างๆ พอมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาเปิดประตู เขาก็ถาม
“คุณอึ๊บเป็นมั้ย?”
แน่นอน หญิงข้างบ้านกระแทกประตูใส่หน้าปังใหญ่
สองชั่วโมงถัดมา เขากลับมาใหม่แล้วถามด้วยคำถามเดิม “คุณอึ๊บเป็นมั้ย?”
หญิงข้างบ้านตะโกนด่า “ไอ้บ้า โรคจิต” แล้วกระแทกประตูใส่หน้าเหมือนเดิม
คราวนี้เธอเริ่มกลัวเลยโทรหาสามี แล้วเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง สามีก็ดีใจหาย รีบกลับมาอยู่เป็นเพื่อน เขาเตรียมปืนลูกซองเอาไว้รับมือ
เป็นดังคาด อีกสองชั่วโมงถัดมา ไอ้หนุ่มรายเดิมก็โผล่มาอีก หญิงข้างบ้านเปิดประตูรับอย่างมั่นใจเพราะมีสามีแอบอยู่หลังประตู
“คุณอึ๊บเป็นมั้ย?” ไอ้หนุ่มถามอย่างเดิม
“เป็นสิ มีปัญหาอะไรเหรอ” เธอสวนกลับอย่างมั่นใจ
“ก็ดี” ไอ้หนุ่มตอบ “หัดทำกับสามีคุณบ้าง แล้วบอกเขาด้วยว่าเลิกมายุ่งกับเมียผมซักที!!!”
54. กบตัวนึงโทรศัพท์ไปสายด่วนหมอดู
"คุณกำลังจะพบกับสาวสวย ผู้สนใจจะเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณ" เสียงหมอดูพูดมาตามสายโทรศัพท์
"จริงอ้ะ?" กบพูดตอบอย่างตื่นเต้น "ผมจะเจอเธอที่ไหน ในงานปาร์ตี้หรือเปล่า?"
"ม่ายช่าย" เสียงหมอดูตอบกลับมาอย่างเยียบเย็น "ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์!!!"
55. :: ยิ้มหมายเลข 181 ::
คู่แต่งงานใหม่กำลังต่อรองกันเรื่องจำนวนลูกที่ทั้งสองวางแผนว่าจะมี เจ้าสาวอยากมีลูกสักสามคนในขณะที่หนุ่มเจ้าบ่าวอยากได้แค่สอง
หลังจากการโต้เถียงนำเสนอเหตุผล(ทั้งที่เข้าท่า และที่มาแบบข้างๆคูๆ) เจ้าบ่าวก็พูดตัดประเด็น
“หลังจากมีลูกคนที่สองแล้ว ผมจะทำหมันล่ะ ยังไงก็เป็นสิทธิ์ของผม”
“ก็ยังได้ ถ้าคุณจะเอางั้นล่ะก้อ” สาวเจ้ายิ้มรับอย่างไม่สะทกสะท้าน “แต่หวังว่าคุณจะรักลูกคนที่สามของชั้นเหมือนๆกับลูกคุณสองคนแรกด้วยนะ”
56. เพื่อนผมคนหนึ่งขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัด ด้วยความเหนื่อยล้าจากการขับรถทางไกล
เขาก็เลยหลับใน ลืมตาขึ้นมาอีกทีเขาก็เห็นลูกวัวตัวหนึ่งอยู่ในระยะกระชั้นเกินกว่าจะหลบทัน แล้วก็ โครม!
เขาเลยหายง่วงเป็นปลิดทิ้งแล้วลงไปคุยกับเจ้าของวัวเรื่องค่าเสียหาย
“เอางี้แล้วกันพี่ ลูกวัวนี่ตัวละเท่าไหร่เนี่ย เดี๋ยวผมใช้ให้” เขาถาม
“เนี่ยพึ่งมีคนมาขอซื้อเมื่ออาทิตย์ที่แล้วจะให้สองพัน แต่ผมไม่ขาย” เจ้าของวัวบอก
“เอางี้ผมให้พี่สองพันห้าแล้วกัน ตกลงนะครับ” เพื่อนผมเสนอ หวังให้จบๆเรื่องไป
“โอ๊ย ไม่คุ้มหรอก ที่ผมไม่ขาย เพราะผมกะเลี้ยงไว้ขายตอนโต ผมกะเลี้ยงสัก 6 ปี
ขายได้เหนาะๆสามสี่หมื่น เอางี้แล้วกันผมคิดสามหมื่นพอ” เจ้าของวัวแสดงความเขี้ยวออกมา
เพื่อนผมไม่พูดไม่จา หยิบสมุดเช็คขึ้นมาเขียนจำนวนเงินสามหมื่นเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วยื่นส่งให้
“ไม่มีปัญหาครับ อีก 6 ปีพี่ไปขึ้นเงินได้เลย!”
57. สามหนุ่มสามมุมเดินมาเจอจิ้งเขียวตัวหนึ่งนั่งอยู่ข้างบาตรน้ำมนต์
“ทำบุญคนละร้อย จะได้ดื่มน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ปลุกเสกโดยเทวดาชั้นสูงที่มีอาตมาผู้เดียวที่เชิญมาได้
รับประกันล้างบาปเบ็ดเสร็จ ขึ้นสวรรค์พันเปอร์เซ็นต์” จิ้งเขียวโฆษณาชวนเชื่อ
ทั้งสามคนตกลงใจลองดูสักที เมื่อยื่นเงินให้แล้ว จิ้งเขียวก็มาแผนสอง
“ก่อนอื่น ต้องทำอะไรที่คิดว่าเลวที่สุดอย่างนึงก่อน เป็นการกระตุ้นให้สวรรค์จับตามอง
ถ้าเห็นชัดจะได้บันทึกการล้างบาปนี้ไม่มีลืม” จิ้งเขียวชักชวนให้หลงผิด
สามหนุ่มจำใจรับคำ วันถัดมาทั้งสามคนก็กลับมาหาจิ้งเขียวอีก
หนุ่มแรกเล่า “ผมแย่งอมยิ้มเด็กทารก แล้วผลักรถเข็นลงแม่น้ำไปเลย”
“ดี” จิ้งเขียวให้คะแนน แล้วยื่นบาตรน้ำมนต์ให้ดื่มหนึ่งอึก
หนุ่มสองเล่าบ้าง “ผมเห็นคนแก่กำลังจะข้ามถนน ผมเลยเดินเข้าไปหาทำทีจะจูงข้าม
พอเผลอผมก็แย่งกระเป๋าตังค์แล้วผลักลงไปให้รถบรรทุกชน”
“ยิ่งดีใหญ่เลย” จิ้งเขียวสรรเสริญ แล้วยื่นบาตรน้ำมนต์ให้ดื่มหนึ่งอึก
ถึงตาหนุ่มสาม เขาอึกอักพูดไม่ออก
“ว่ามา ไม่ต้องอ้ำอึ้ง” จิ้งเขียวเร่ง
“ผม…” เขาหลุดปากออกมาได้ในที่สุด “ผมแอบเยี่ยวใส่บาตรน้ำมนต์ครับ”
58. เมียผมหมดเงินไปเกือบสามหมื่นซื้อเครื่องประทินโฉมชุดใหญ่ที่คนขายรับประกันนักหนาว่า
ถ้าใช้แล้วจะต้องดูสาวไม่รู้สร่าง หลังจากโปะพอกสารพัดอย่างทั่วสรรพางค์กายอยู่หลายชั่วโมง
เธอก็นั่งชื่นชมแม่ตัวเองอยู่หน้ากระจกอีกร่วมชั่วโมง ก่อนเอ่ยปากถามความคิดเห็นของผม
“ที่รัก ถ้าคุณไม่รู้อายุชั้น คุณจะคิดว่าชั้นอายุเท่าไหร่นี่”
ผมแอบส่ายหน้าด้วยความเซ็งกับสาวใหญ่ลืมแก่ แล้วพยายามพูดอย่างระมัดระวัง
“อืม… ถ้าดูจากผิวก็คงซัก 20 ดูผมก็ซัก 18 ถ้าจะเอาหุ่นก็คง 25 ได้”
“แหม คุณนี่ก็ ทำปากหวานไปได้” เธอม้วนร่างบึกบึนอย่างพยายามให้น่ารักที่สุดพร้อมกับตีแขนผมดังพลั่กเบ้อเร่อ
“เดี๋ยวสิจ๊ะที่รัก” ผมขัดคอก่อนที่เธอจะคิดเลยเถิดไปกันใหญ่ “ผมยังไม่ทันได้บวกเลย!”
59. สาวนางหนึ่งไปหาหมอฟันด้วยอาการเสียวแปลบที่ฟันกรามซี่หนึ่ง
“ยังงี้ต้องถอน แต่ไม่เป็นไรไม่เจ็บหรอกครับ เดี๋ยวเดียวก็เสร็จ” หมอบอกหลังจากตรวจดูแล้ว
หมอหันไปคว้าคีมมาแล้วก้มตัวเข้าหาปากคนไข้สาวที่อ้ารออยู่พลันสะดุ้งเฮือก
“เอ่อ...” หมอครางเบาๆ “ที่คุณกำลังจับน่ะคือไอ้นั่นของผมนะครับ”
“ก็ใช่สิคะ” คนไข้สาวยิ้มรับ “ถ้าหมอไม่ทำชั้นเจ็บ ชั้นก็จะไม่ทำหมอเจ็บเหมือนกัน ตกลงนะคะ!”
60. โอ้โฮ! น่ากินจัง ผมรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนผมมีเมียสวย แต่พึ่งจะรู้ว่าทำกับข้าวก็เก่งซะด้วย”
ผมเอ่ยชมอย่างจริงใจหลังจากเห็นอาหารบนโต๊ะที่เมียของเพื่อนสนิทของผมจัดไว้ให้
“ขอบคุณค่ะ แต่อยากจะเตือนคุณนิดนึงนะว่าสามีชั้นจะกลับมาในอีกราวๆชั่วโมงนึงนี่แล้ว”
เธอพูดเสียงเครียด
“เอ๊ะ! แต่ผมไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นา” ผมงง
“ชั้นรู้” เธอถอนหายใจแบบเบื่อๆ “ชั้นแค่อยากบอกคุณว่าคุณมีเวลาเท่าไหร่แค่นั้นเอง”
61. มีอยู่วันหนึ่งมีทนายโทรมาหาเพื่อนผม
“ผมมีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย คุณจะเอาอันไหนก่อนดี” ทนายบอก
“เอาข่าวดีก่อนแล้วกัน” เพื่อนผมเลือก
“ภรรยาคุณเจอรูปๆนึง มูลค่าของมันร่วมสิบล้านแน่ะ” ทนายเล่า
“เหรอ ดีนี่ แล้วข่าวร้ายล่ะ” เพื่อนผมถามต่ออย่างอารมณ์ดี
“ข่าวร้ายคือไอ้รูปๆนั้นเป็นรูปคุณจู๋จี๋อยู่กับเลขาน่ะ”
62. คุณครูฟ้องแม่มาว่าหนูตีกับเพื่อนที่โรงเรียนอีกแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะลูก”
แม่ดุลูกชายตัวเล็กที่ชอบมีเรื่องมาให้ปวดหัวอยู่บ่อยๆ
“ก็เค้าเอาหินมาปาใส่ผมก่อนนี่ฮับ” ไอ้ตัวเล็กเถียง “ผมเลยปาใส่เค้าบ้าง”
“ถ้าเพื่อนเอาหินมาขว้างหนูอีก หนูอย่าไปขว้างใส่เค้าอีกนะ ให้มาบอกแม่แทน”
คุณแม่พยายามสอนอย่างใจเย็น
“ทำไมผมต้องมาบอกแม่ด้วย” ไอ้หนูไม่เห็นด้วย “ผมปาแม่นกว่าแม่ตั้งเยอะ!”
63. หลายปีที่แล้วผมไปทำงานที่เมืองเล็กๆเมืองนึง หลังจากไปถึงไม่ถึงอาทิตย
์ เสมียนสาวที่ทำงานก็เที่ยวเม้าท์ไปทั่วว่าผมเป็นพวกขี้เหล้า เพราะเห็นผมจอดรถทิ้งไว้ทั้งคืนที่หน้าบาร์เหล้าร้านเดียวในเมืองนั้น
พอผมรู้ ผมก็เซ็งมาก เพราะเดินไปทางไหนก็มีแต่คนซุบซิบนินทา จะเดินเข้าไปแก้ตัวก็ใช่ที่ ในที่สุดผมก็นึกวิธีแก้เผ็ดได้...
 64.สามหนุ่มกับหนึ่งสาวนั่งรถไฟไปด้วยกัน ถึงแม้ว่าจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่เนื่องจาก
ทุกคนมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน การพูดคุยจึงถูกคอ พอเวลายิ่งผ่านไปดึกขึ้น ดีกรีเรื่องที่คุยก็เริ่มเคลื่อนลงต่ำไปใต้สะดือมากขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุด สาวคนเดียวในกลุ่มก็เอ่ยขึ้น
“ถ้าพวกคุณให้เงินชั้นคนละยี่สิบบาท ชั้นจะโชว์ขาให้ดู”
ทั้งสามหนุ่มนึกสนุก ควักเงินออกมาให้ แล้วสาวเจ้าก็ถลกกระโปรงยาวกรอมเท้าขึ้นมาเกือบถึงเข่า ให้เห็นช่วงน่องเรียวสวย
“ถ้าพวกคุณให้ชั้นคนละร้อย ชั้นจะโชว์ต้นขาให้ดูเลยเอ้า” เธอก็พูดต่อ
ทั้งสามหนุ่มควักเงินออกมาคนละร้อยเหมือนถูกมนต์สะกด แล้วสาวสวยก็ถลกกระโปรงขึ้นไปอีกนิด ให้เห็นต้นขาขาวนวลเนียนน่าลูบไล้
ในสภาพที่ทั้งสามหนุ่มกำลังกระสับกระส่ายกับภาพยวนตา สาวเจ้าก็งัดไม้ตายออกมา
“ทีนี้ ถ้าพวกคุณให้ชั้นอีกคนละพัน ชั้นจะโชว์ให้ดูที่ๆชั้นผ่าไส้ติ่ง”
สามหนุ่มไม่รอช้า ควักเงินออกมาให้โดยดี แล้วเตรียมดูภาพประทับใจ
สาวน้อยชี้ออกไปนอกหน้าต่างแล้วพูด “โน่นไง เห็นมั้ย ชั้นผ่าที่โรงพยาบาลนั้นแหละ!”
65. หนุ่มสมชายกลับไปทำงานในเช้าวันจันทร์พร้อมกับขอบตาเขียวปั้ดทั้งสองข้าง
“เฮ้ย ไปโดนอะไรมาวะ” เพื่อนทัก
“ซวยชิบเป๋งเลยว่ะ” สมชายบ่น “อั๊วไปงานศพมาเมื่อคืน ตอนที่พระสวดศพ
อั๊วเห็นเจ๊ตุ่มที่นั่งอยู่หน้าอั๊ว ผ้ากระโปรงอีเข้าไปติดในร่องก้น ลื้อคงนึกออกนะ
ว่ามันน่าเกลียดขนาดไหน ทีนี้อั๊วหวังดี กลัวคนอื่นเห็นแล้วอีจะอาย อั๊วเลยเอื้อมมือไปดึงออกมา เท่านั้นแหละ อีหันหลังมาชกอั๊วตูมเลย”
“ฮ้า ชกทีเดียวตาเขียวสองข้างเลยเรอะ” เพื่อนยังสงสัย
“เปล่าหรอก อั๊วเห็นอีโกรธ อั๊วเลยพยายามยัดกลับเข้าไปเหมือนเดิมว่ะ!”
66. “รู้มั้ยคะว่าทำไมเราต้องนั่งเงียบๆเวลาพระเทศน์” คุณครูประจำชั้น อ. 2 ข ถามนักเรียน
“ผมรู้คับ คุณอาเคยบอกคับ” ไอ้หนูตัวเล็กยกมือตะโกนเสียงแจ๋ว
“ไหนคนเก่งว่ามาสิคะ” คุณครูให้กำลังใจ
“คุณอาบอกว่า คนอื่นๆกำลังหลับอยู่ ห้ามรบกวนคับ”
67. หญิงชรานั่งอยู่ข้างเตียงรอดูใจสามีร่วมวัยที่กำลังจะตาย
“สัญญากับฉันอย่างนึงนะ” ชายชราร้องขอเป็นครั้งสุดท้าย “หลังจากชั้นตาย ให้เธอแต่งงานกับสมชายนะ”
“สมชาย?? ทำไมต้องเป็นสมชายด้วยล่ะ??” หญิงชราสงสัย “เธอเคยเกลียดเขามากไม่ใช่หรือ?”
“ใช่” ชายชราพยักหน้ารับ “ก็เพราะงั้นแหละ”
68. “ไงสมศรี ทำไมวันนี้ถึงได้มาสายล่ะ” ผมถามลูกน้องที่ที่ทำงาน
“โห น่ากลัวมากเลยค่ะ” เธอเริ่มเล่าอย่างตื่นเต้น “หนูรอรถเมล์อยู่ดีๆ
มีคนวิ่งราวสร้อยผู้หญิงคนนึงที่ยืนอยู่ข้างๆหนู สร้อยขาดบาดคอผู้หญิงคนนั้นเหวอะ
เลือดไหลออกมาเต็มเลยค่ะ ยังดีนะคะนี่ อาทิตย์ที่แล้วหนูเพิ่งเข้าอบรมการปฐมพยาบาลมา เลยได้โอกาสใช้ความรู้คราวนี้แหละ”
“อ้อเหรอ แล้วคุณทำยังไงล่ะ” ผมถาม
“หนูก็นั่งลงกับพื้น แล้วก็ซุกหัวลงไประหว่างเข่า ก้มหัวให้ต่ำๆไว้ จะได้ไม่เป็นลมไงคะ!!”
69. "ขอโทษจริงๆที่รัก ตอนนี้งานผมยุ่งมากเลย คุณมีธุระอะไรด่วนหรือเปล่า?"
สามีถามภรรยาที่โทรมาหาถึงที่ทำงาน
"ก็มีนิดหน่อยค่ะ" ภรรยาอุบอิบ
"เรื่องอะไรล่ะ แต่เร็วหน่อยนะ ผมกำลังจะเข้าประชุม" สามีเร่ง
"ชั้นมีข่าวร้ายกับข่าวดีค่ะ" ภรรยาบอก
"เอาข่าวดีมาก่อนแล้วกัน" สามีเลือก
"เอาข่าวร้ายก่อนไม่ได้หรือคะ" ภรรยาอิดออด
"โอย ผมกำลังเซ็งๆอยู่ ขอข่าวดีก่อนน่า" สามียืนยัน
"เอ่อ... มันพูดยากนะคะ" ภรรยาอ้ำอึ้ง
"เร็วเข้าน่า ผมไม่มีเวลาแล้ว" สามีเร่งอีก
"ข่าวดีคือว่า" ภรรยาหลุดปากในที่สุด "ถุงลมนิรภัยในรถใช้การได้ดีทั้งสองอันเลยค่ะ!!!"
70. นี่คือเรื่องเล่าของหมอคนหนึ่ง

วันหนึ่งที่ผมกำลังอยู่เวรห้องฉุกเฉิน มีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาแล้วตะโกนว่า
“หมออยู่ไหนครับ เมียผมกำลังจะคลอดลูกอยู่ในรถแท็กซี่”
ผมคว้ากระเป๋าเครื่องมือแล้ววิ่งออกไปที่หน้าโรงพยาบาล พุ่งตัวเข้าไปในรถแท็กซี่
เปิดกระโปรงเธอ แล้วดึงกางเกงชั้นในลงมา ทันใดนั้นผมเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีรถแท็กซี่จอดเรียงอยู่หลายคัน และผมขึ้นรถผิดคัน!

71. “ในที่สุดผมก็ทำลงไปแล้ว! โอย! ผมทำลงไปได้ไงเนี่ย ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมจะทำเรื่องอย่างนี้ลงไปได้”
สมชายคร่ำครวญอยู่ในใจอย่างรู้สึกผิดต่อการกระทำที่ตัวเองพึ่งทำลงไป
แต่ เอ๊ะ! เสียงหนึ่งก้องมาจากในหัวเขา “อย่ากังวลมากไปเลย สมชาย นายน่ะไม่ใช่คนแรกหรอกที่แอบมีอะไรกับคนไข้ของตัวเอง”
เสียงนี้ทำให้วูบหนึ่งเขาเกิดความเชื่อมั่นขึ้นมาอีกครั้ง
แต่แล้วก็เหมือนสายฟ้าฟาดใส่กลางกบาล อีกเสียงจากส่วนลึกของหัวใจตวาดใส่เขา
“ไอ้สมชาย! เอ็งเป็นสัตวแพทย์นะโว้ย!”
72. คุณเคยลองอ่านโฆษณาที่เขียนได้อย่างกำกวมจนอ่านแล้วเข้าใจผิดบ้างไหม ลองนี่ดู!
แล้วนึกดูว่าเขาต้องการจะสื่ออะไรกันแน่
ขายด่วน: ตู้ไม้พับได้ สามารถพับได้เป็นโต๊ะกินข้าว,
โต๊ะทำงาน, เก้าอี้เด็ก, เก้าอี้โยก, ตู้เย็น, เสื้อหนาวขนสัตว์อย่างดี และ
สร้อยไข่มุกญี่ปุ่นแท้ 100%
ดินเนอร์ราคาพิเศษ – ไก่ 200 บาท; หมูหรือเนื้อ 250 บาท; เด็กเพียง 150 บาทขายหมาด่วน – เลี้ยงง่าย
กินทุกอย่าง ชอบเด็กๆเป็นพิเศษ
บริการซ่อมและแก้ไขเสื้อผ้า
เราจะไม่ทำให้เสื้อผ้าคุณเสียหายโดยการใช้เครื่องจักร
เราทำอย่างประณีตด้วยมือทุกขั้นตอน
บริการซ่อมรถทุกรุ่นทุกยี่ห้อ บริการรับ-ส่งฟรี
ลองใช้บริการเราดูสักครั้ง แล้วคุณจะไม่มีวันไปที่อื่นได้อีกเลย
ศูนย์รวมรถมือสอง: จะไปที่อื่นให้เขาหลอกทำไม มาที่นี่ก่อนดีกว่า
73. หนุ่มหนึ่งไปอยู่ในเหตุการณ์ปล้นร้านทอง เมื่ออัยการร้องขอให้เป็นพยานเขากลับปฏิเสธอัยการ:
คุณมีเหตุผลอะไร ทำไมถึงไม่ต้องการทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี ให้คนทำผิดได้รับโทษที่สมควร
หนุ่ม: ผมต้องลางานไปเป็นพยานหลายครั้งนี่ครับ ผมลาบ่อยอย่างนั้นไม่ได้หรอก
อัยการ: ไม่มีคุณเขาจะทำงานกันไม่ได้เลยเชียวหรือ?
หนุ่ม: ได้ครับ แต่ผมไม่อยากให้เขารู้ว่าเป็นอย่างนั้นน่ะสิครับ!
74. สาวใหญ่นางหนึ่งมาสารภาพบาปกับบาทหลวงในตู้สารภาพบาปที่โบสถ์
“คุณพ่อคะ ให้อภัยกับบาปของหนูด้วยเถอะค่ะ” เธอเริ่ม
“ลูกได้ทำอะไรลงไปหรือ” บาทหลวงถามอย่างเมตตา
“ทุกครั้งที่ส่องกระจก หนูจะคิดถึงแต่การชื่นชมตัวเองว่าสวยขนาดไหน หนูรู้สึกละอายมากค่ะ” เธอสารภาพ
บาทหลวงแอบแง้มฉากกั้นดูนิดหนึ่งแล้วบอก
“นั่นไม่เป็นบาปหรอกลูก แค่ความเข้าใจผิดน่ะ!”
75. ผู้หญิงสองคนคุยกันอยู่ในร้านทำผม
“พ่อเจ้าประคุณสามีตัวดีของชั้นนะ เลิกงานไม่มีซะล่ะที่ตรงกลับบ้านเลย ไม่รู้ไปไหนบ้าง
ชั้นเคยพยายามไปตามดู ปรากฏว่าเที่ยวไม่เคยซ้ำที่เลย หาตัวยากจริงๆ” หญิงแรกบ่น
“ฉันไม่มีปัญหานี้นะ” อีกหญิงยิ้ม “ชั้นรู้ตลอดแหละว่าเค้าอยู่ไหน”
“แปลกจัง” หญิงแรกแปลกใจ “เธอทำได้ไงน่ะ”
“อ๋อ ง่ายจะตาย” หญิงสองยิ้มเยือก “ชั้นเป็นแม่ม่าย!”
76. คู่แต่งงานวัย 60 ที่ครองคู่กันได้ถึง 40 ปี ฉลองวันครบรอบแต่งงานของพวกเขาอย่างชื่นมื่น
ด้วยดินเนอร์มื้อพิเศษกลางแสงเทียนที่แสนจะโรแมนติก ทันใดนั้นเองก็มีภูตร่างจิ๋วปรากฎกายขึ้น
และเสนอให้ทั้งสองขอพรได้คนละข้อ
ฝ่ายภรรยาขอก่อน ความฝันของเธอคือการเดินทางรอบโลกพร้อมสามีสุดที่รัก ฟุ่บ!
พริบตานั้นตั๋วเดินทางรอบโลกสองใบมาปรากฏบนมือเธอ
หลังจากนึกอยู่เกือบสิบนาที ในที่สุดชายชราก็ตัดสินใจได้
“ผมอยากให้ภรรยาของผมอายุน้อยกว่าผม 20 ปี” เขาแจ้งความประสงค์
ฟุ่บ! เขากลายเป็นชายแก่งั่กอายุ 80 ปี!
77. ชายแก่สองคนนั่งคุยกันบนม้านั่งในสวนสาธารณะ
“คุณรู้มั้ย ผมพึ่งจะซื้อเครื่องช่วยฟังเครื่องใหม่มา ราคาตั้งเกือบสามหมื่นแน่ะ
แต่ก็คุ้มนะ ฟังชัดที่สุดเท่าที่ผมเคยมีมาเชียวแหละ” คนแก่คนแรกคุยอย่างภูมิใจ
“เรอะ! ดีจัง ซื้อมาจากไหนล่ะ” อีกคนชักสนใจ
“อะไรกันวะคุณนี่” ชายชราคนแรกค้อน “ก็ผมบอกแล้วไงว่าเกือบสามหมื่น”
78. คู่แต่งงานใหม่เดินทางไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่ภูเก็ต หลังจากกลับจากการชมพระอาทิตย์ตกดิน
ที่ริมหาดอันสุดแสนจะโรแมนติก พวกเขาก็กลับเข้ามาในโรงแรม ที่ล็อบบี้โรงแรมนั่นเอง
สาวสวยสุดเซ็กซี่นางหนึ่งเดินสวนมา จ้องมองทั้งคู่อยู่สักพักแล้วเอ่ยทักฝ่ายชาย
“ไง สมชาย สบายดีหรือ?”
บรรยากาศแปรเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นสุดประมาณ มีแต่ความเงียบตลอดทางจากล็อบบี้ถึงห้องพักในโรงแรม
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร บอกมานะ?” เจ้าสาวหมาดๆเปิดฉากโจมตีทันทีที่ประตูห้องพักปิดลง
“โธ่ ใจเย็นสิที่รัก” เจ้าบ่าวโอดครวญขอความเห็นใจ
“แค่นี้ผมก็ปวดหัวพออยู่แล้ว ยังไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องคุณให้เธอฟังยังไงเลย”
79. สองหนุ่มน้อยฉลองคืนคริสต์มาสที่บ้านคุณยาย ก่อนนอน ทั้งสองหนุ่มคุกเข่าลงข้างเตียง
สวดอ้อนวอนขอของขวัญคริสต์มาสจากซานตาคลอส ไอ้หนูตัวเล็กตะโกนเสียงดังลั่น
“ผมขอจักรยานใหม่, ขอเครื่องเล่นเกมส์เพลย์สเตชั่น 2 ด้วย แล้วขอ..”
คำตะโกนสวดอ้อนวอนแบบพิสดารถูกขัดลงด้วยเสียงแสดงความรำคาญของพี่ชาย
“ทำไมต้องตะโกนลั่นยังงี้ด้วย ซานต้าไม่ได้หูตึงนะ”
ไอ้หนูตัวเล็กมองหน้าพี่ชายยิ้มๆก่อนตอบ “แต่ว่าคุณตากะคุณยายหูตึงนี่”
80. มีความจริงอย่างหนึ่งเกี่ยวกับเครื่องบินที่คุณควรรู้ เครื่องบินรุ่นที่มีใบพัดอยู่ข้างหน้านั้น
เป็นเพราะว่าเครื่องบินรุ่นนั้นไม่มีเครื่องปรับอากาศ ใบพัดนั้นก็คือพัดลมที่ใช้ทำความเย็นให้แก่นักบิน
คุณจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าถ้าใบพัดนี้หยุดหมุนเมื่อไหร่ นักบินจะเหงื่อแตกพลั่กเลยเชียวแหละ!
81.ผมกำลังวางแผนไปเที่ยวทะเลช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมพยายามโทรติดต่อ
หาที่พักทั้งในแถบชายทะเลและเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับเทศกาลสงกรานต์อย่างเชียงใหม่
คำตอบที่ผมได้รับทุกครั้งก็คือเต็มแล้ว! ผมรู้สึกเซ็งมากก็เลยไปบ่นกับเพื่อนที่ทำงานวิเคราะห์ภาพถ่ายทางจากดาวเทียม
เพื่อนผมได้ยินแล้วก็ยิ้มๆ แล้วเอาภาพถ่ายจากดาวเทียมให้ผมดูแผ่นนึง มันเป็นภาพถ่ายของประเทศไทยจากอวกาศ ผมสังเกตดูก็เป็นรูปที่แปลก เพราะแนวขอบชายฝั่งนั้นจะเป็นเส้นสีดำทึบเป็นแนวโดยรอบทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน
นอกจากนี้บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ก็เป็นกระจุกสีดำขนาดใหญ่เห็นได้อย่างชัดเจน
เพื่อนผมเห็นสีหน้าแปลกใจของผม ก็เลยเฉลยให้ฟังว่า แผนที่นี้เป็นภาพถ่ายจากดาวเทียมของประเทศไทย
เมื่อวันที่ 14 เมษายน ปีที่แล้วนี่เอง ภาพจากประเทศไทยในช่วงสงกรานต์จะเป็นอย่างนี้ทุกปี
เมื่อก่อนนี้ฝรั่งที่เห็นแบบนี้ใหม่ๆก็แปลกใจ แต่ก็ได้แต่สงสัย หาคำอธิบายไม่ได้
จนกระทั่งเทคโนโลยีของดาวเทียมจารกรรมดีพอที่จะขยายภาพจากอวกาศได้ชัดเจน
ถึงได้พบความจริงที่น่าแปลกใจ มันคือหัวดำๆของคนไทยที่ไปเที่ยวสงกรานต์กัน!
แว่วๆมาว่ากินเนสบุ๊คกำลังจะบันทึกเป็นสถิติใหม่ว่าเป็นกลุ่มของสิ่งมีชีวิตอีกอย่าง
นอกจากแนวประการังเกรทบาริเออร์รีฟของออสเตรเลียที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากอวกาศ!
ปล. ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ลองโทรหาที่พักดูแล้วคุณจะเชื่ออย่างที่ผมเชื่อ!
82.พนักงานรับแจ้งลงโฆษณาของหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่งได้รับโทรศัพท์จากลูกค้ารายหนึ่ง
“คุณรับลงโฆษณาย่อยใช่มั้ยคะ” เสียงลูกค้าสาวใหญ่ถามมาตามสาย
“ใช่ครับ เราคิดค่าบริการคำละ 50 บาทครับ” พนักงานตอบ
“อืม…“ ลูกค้าหยุดคิดอยู่พักหนึ่ง “สมชายตาย ก็แล้วกัน”
“เอ่อ ขอโทษนะครับ” พนักงานชี้แจงอย่างเกรงใจ “อย่างต่ำต้อง 5 คำครับ”
“อ้อเหรอ อืม…” ปลายสายหยุดคิดไปอีกพักหนึ่ง
“เอาเป็น สมชายตาย ขายเบนซ์ด่วน ละกัน”
.83.หลังจากตรวจร่างกายประจำปี หมอก็แจ้งผลกับหนุ่มใหญ่
"สุขภาพคุณดีมากครับ ทุกอย่างปกติดี คุณมีอะไรจะปรึกษาเป็นพิเศษไหมล่ะครับ"
"ผมว่าจะให้คุณหมอช่วยทำหมันให้น่ะครับ" หนุ่มใหญ่ตอบ
"เอ เรื่องอย่างนี้ผมว่าคุณน่าจะปรึกษากับครอบครัวให้เรียบร้อยก่อนนะครับ" หมอติง
"อ๋อ ไม่มีปัญหาครับ" หนุ่มใหญ่ตอบ "ลูกๆผมลงคะแนนให้ทำหมัน 14 ต่อ 2 ครับ"
84. เถ้าแก่ร้านแว่นกำลังสอนพนักงานใหม่ถึงวิธีการตั้งราคา
“ตอนที่เธอกำลังให้เขาลองแว่นอยู่ ถ้าเขาถามว่าราคาเท่าไหร่ ให้ตอบว่า 1,500 บาท...”
“ถ้าตาเขายังไม่กระพริบ ให้พูดต่อว่า สำหรับกรอบ เลนส์อีก 900 บาท...”
“ถ้าตาเขายังไม่กระพริบอีกให้บอกเพิ่มว่า ต่อข้าง”
85. ไอ้หนุ่มคนหนึ่งนั่งคุยกับบาร์เทนเดอร์ในบาร์ถึงชีวิตที่อับเฉาของเขา
“ผมท้อใจจริงๆ ผมเป็นนักแต่งเพลงที่ไม่โชคเอาซะเลย ดูเหมือนโลกนี้ช่างอยุติธรรมกับผมจริงๆ
ผมแต่งเพลงขึ้นมาเพลงนึงเมื่อเดือนที่แล้ว เป็นเพลงที่เพราะที่สุดที่ผมเคยแต่งมา
ผมว่าเผลอๆจะเป็นเพลงที่เพราะที่สุดในโลกเลยด้วยซ้ำนะเนี่ย
พอผมเอาไปเสนอค่ายเพลงกลับไม่มีใครยอมรับงานของผมเลย ผมยังคิดอยู่ว่าจะเปลี่ยนไปขายเต้าฮวยดีกว่า”
“ถ้าคุณคิดว่ามันเพราะขนาดนั้นล่ะก้อ ทำไมคุณไม่ลองเล่นให้คนในบาร์นี้ฟังดูล่ะ มีเปียโนอยู่ตรงนั้นแน่ะ” บาร์เทนเดอร์ไม่อยากจะเชื่อ
ไอ้หนุ่มนักแต่งเพลงเดินไปที่เปียโนอย่างมั่นใจแล้วเริ่มต้นบรรเลง
เสียงเพลงเริ่มต้นขึ้นอย่างหวานซึ้ง สะกดผู้คนในบาร์ให้เงียบกริบ เหลือเพลงเสียงเปียโนที่เขากำลังบรรเลงอย
ู่ ฉับพลันนั้นท่วงทำนองเปลี่ยนเป็นกระแทกกระทั้นเจ็บปวดแทรกซึมเข้าไปถึงจิตใจ
ของผู้ชมในบาร์แล้วเปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อยสุดประมาณก่อนจะจบลงท่ามกลางความเงียบและหยดน้ำตาที่ซึมออกมาจากตาของทุกคนในบาร์นั้น
อึดใจต่อมาเสียงปรบมือดังกึกก้องเพื่อเป็นเกียรติแก่ไอ้หนุ่มนักแต่งเพลงที่ยืนโค้งรับอย่างปลื้มใจ
หลังจากนั้นเมื่อไอ้หนุ่มเดินกลับมาที่เคาน์เตอร์ บาร์เทนเดอร์ก็ถามเขาอย่างยอมรับนับถือ
“ผมยอมรับจริงๆ ไม่เคยได้ยินเพลงที่ไหนที่เพราะขนาดนี้มาก่อนเลย คุณตั้งชื่อเพลงนี้ว่าอะไรล่ะ”
“ผมเรียกมันว่า” เขาตอบ “ผมรักคุณเหลือเกิน จนผมจับได้ว่าคุณสวมเขาผม อีตัวแสบเอ๊ย”
86. สาวเปรี้ยวพยายามก้าวขึ้นรถเมล์ แต่ด้วยความที่กระโปรงหนังที่ใส่มามันฟิตจัด
เธอเลยยกขาไม่ขึ้น เพื่อให้มีพื้นที่ให้ยกแข้งยกขาได้มากขึ้น เธอก็เลยเอื้อมมือไปดึงซิปกระโปรง
ลงมาหน่อยหนึ่ง แล้วพยายามยกขาก้าวขึ้นไปใหม่แต่มันก็ยังคงฟิตเกินไป เธอเลยเอื้อมมือ
ไปดึงซิปลงเพิ่มอีกเป็นครั้งที่สองผลลัพธ์ยังคงเหมือนเดิม เธอยังก้าวขึ้นไม่ได้ เธอจึงต้องเอื้อมมือ
ไปดึงซิปลงอีกเป็นครั้งที่สาม ก็ยังไม่ได้อีก! คราวนี้หนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลังตัดสินใจดันก้นเธอขึ้นไปบนรถเมล์
ทันที่ที่เธอขึ้นไปบนรถเมล์ได้ เธอหันมาโวยกับหนุ่มนั่นทันที
“คุณทำไมทำยังงี้ ไม่มีมารยาทเอาซะเลย ชั้นเป็นสาวเป็นแส้ คุณไม่รู้จักมักจี่มาจับก้นชั้นยังงี้ได้ไง”
“ขอโทษนะครับ” ไอ้หนุ่มพยายามอธิบายอย่างใจเย็น “ตอนแรกผมก็ว่าผมไม่คุ้นหน้าคุณ
แต่หลังที่คุณมารูดซิปกางเกงผมติดๆกันตั้งสามหนซ้อน ผมก็เลยคิดว่าคุณรู้จักกับผมซะอีก”
87. หนุ่มหนึ่งซื้อแหวนเพชรให้เมียเป็นของขวัญวันเกิด เพื่อนซี้ได้ยินข่าวแว่วมาก็เลยถามถึง
“ไงวะได้ข่าวว่าซื้อแหวนเพชรให้เมีย เอาใจเชียวนะเอ็ง ว่าแต่ว่าเห็นเค้าบ่นๆอยู่ว่าอยากได้รถใหม่ไม่ใช่หรือวะ”
“ก้อช่ายว่ะ” หนุ่มตอบ “แต่จะให้ข้าไปหาซื้อรถปลอมได้ที่ไหนล่ะวะ”
88. หมอสอนศาสนาคนหนึ่งถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจชี้ทางสู่พระเจ้าแก่คนป่าเผ่าหนึ่งในป่าลึกกลางทวีปอาฟริกา
เขาใช้เวลาหลายปีกินอยู่กับคนป่าเผ่านี้ สอนทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่การอ่านเขียนหนังสือไปจนถึงคำสอนของพระเยซูคริสต์
โดยเฉพาะคำสอนที่ห้ามการประพฤติผิดลูกเมีย ซึ่งเขาเน้นหนักเป็นพิเศษ
วันหนึ่งเมียคนหนึ่งของหัวหน้าเผ่าคลอดลูกออกมาเป็นเด็กตัวขาวเผือกผมทองตาสีฟ้า
ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจว่าคนในเผ่าจะตะลึงแค่ไหนกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เช้าวันถัดมาหัวหน้าเผ่าจึงเข้าไปเจรจากับหมอสอนศาสนา
“ท่านสอนเราให้กลัวบาปของการผิดลูกเมียเขา ทีนี้ดูซิ เมียข้าพึ่งจะคลอดเด็กเผือกออกมาคนหนึ่ง
และท่านก็เป็นคนผิวขาวคนเดียวในละแวกนี้ด้วย ท่านลองใช้สติปัญญาอันชาญฉลาดของท่านหาเหตุผลดีๆมาอธิบายหน่อยเถอะ”
หัวหน้าเผ่าเปิดฉากอย่างดุเดือด
“ท่านเข้าใจผิดแล้วท่านหัวหน้าเผ่า” หมอสอนศาสนาอธิบายอย่างใจเย็น
“สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ เราเรียกมันว่าการผ่าเหล่า
ถึงแม้ว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นมีน้อย แต่มันก็เกิดขึ้นได้ ท่านลองดูที่ฝูงแกะในทุ่งหญ้านั่นเถอะ
แกะสีขาวทั้งฝูงแต่ก็มีแกะดำหลงมาตัวหนึ่ง นี่แหละธรรมชาติ”
หัวหน้าเผ่าอึ้งกับคำอธิบายอยู่พักหนึ่ง
“โอเค” เขาตัดสินใจ “ข้าจะไม่พูดถึงเรื่องเด็กเผือกนั่นอีก แต่ท่านต้องสัญญานะว่าจะไม่พูดถึงแกะดำนั่นด้วยเหมือนกัน!”
89. ด้วยความกังวลว่าลูกชายวัยรุ่นที่พึ่งจะนัดสาวเที่ยวเป็นครั้งแรกจะใช้เงินสิ้นเปลืองเกินไป พ่อผู้หวังดีจึงเรียกลูกชายมาถามไถ่
“ไงลูก ไปเที่ยวกับแฟนใช้เงินไปเท่าไหร่นี่?” พ่อถาม
“อืม... ก้อ...” ลูกชายนั่งคิดสักพัก “สามร้อยกว่าบาทได้ครับ”
“ก็ไม่มากเกินไปนัก ดีแล้วลูกที่รู้จักใช้เงินให้คุ้มค่า” พ่อถือโอกาสสั่งสอน
“จะว่าไปแล้ว ความจริงผมกะจะใช้มากกว่านี้น่ะครับ” ลูกชายสารภาพ “แต่เธอมีตังค์อยู่แค่นั้นเอง”
90. หนุ่มร่างเล็กนั่งหงอยอยู่หน้าแก้วเบียร์ตรงเคาน์เตอร์บาร์คนเดียว จู่ๆ
ก็มีพ่อยักษ์นายหนึ่งโผล่พรวดมานั่งข้างๆแล้วคว้าเบียร์ของเขาขึ้นดื่มแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง หนุ่มร่างเล็กปล่อยโฮออกมาทันที
"เรื่องแค่นี้เองน่า ไอ้น้องชาย" ไอ้น้องยักษ์พูดหน้าด้านๆ "เบียร์แก้วเดียวเอง แบ่งๆกันกินสิวะ"
"ทำไม่วันนี้ผมถึงซวยยังงี้เนี่ย" หนุ่มร่างเล็กรำพัน "ผมขับรถไปทำงานก็โดนรถบรรทุกชนซะเละ
ผมถึงที่ทำงาน สายแค่ 10 นาที เจ้านายก็ไล่ออก พอกลับถึงบ้าน เจอเมียนอนอยู่กับกับคนข้างบ้าน
ผมก็เลยมาที่นี่ ตอนที่ตัดสินใจอยู่ว่าจะลาโลกเบี้ยวๆใบนี้ไปซะที ไอ้หมีควายตัวนึงก็ดันมาแย่งแก้วเบียร์ใส่ยาพิษไปกินซะอีก"
91. นักหนังสือพิมพ์ปากจัดนายหนึ่งถูกฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาทเนื่องจากเขาไปเรียกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง(ไม่รู้รัฐบาลไหนเหมือนกัน) ว่า “ควาย”
หลังจากการไต่สวนหลายนัดศาลก็ตัดสินให้นักหนังสือพิมพ์มีความผิดตามฟ้อง แล้วลงโทษปรับ 5,000 บาทกับจำคุก 1 เดือนโดยให้รอลงอาญาไว้ก่อน
นักหนังสือพิมพ์รับคำตัดสินอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจนัก
“ถ้ายังงั้นถ้าผมเรียกควายว่ารัฐมนตรีผมจะมีความผิดไหมครับ” เขาถามผู้พิพากษา
“อืม...” ผู้พิพากษาลังเล “ก็คงจะไม่ผิดอะไร”
นักหนังสือพิมพ์ยิ้มรับคำตอบอย่างพอใจก่อนจะหันไปหารัฐมนตรีคู่กรณี
“ไงครับ? ท่านรัฐมนตรี!”
92. วันก่อนผมขึ้นรถเมล์เจอประกาศอันหนึ่งติดอยู่เหนือประตูรถ ก็เลยเอามาให้อ่านกันดูเล่นๆ
"ขออภัย รถคันนี้กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงการบริการสู่มาตรฐานสากล ISO9002 จึงไม่เปิดรับ-ส่งผู้โดยสารนอกป้าย"
ผมอ่านแล้วไม่แน่ใจว่าหลังจากได้ ISO 9002 แล้วเขาจะให้กลับมาขึ้นลงนอกป้ายได้เหมือนเดิมหรือเปล่า? ช่วยกันคิดดูหน่อยสิครับ!
93. นักโทษประหารสามคนได้รับโอกาสที่จะลิ้มรสอาหารที่ถูกปากเป็นมื้อสุดท้าย
นักโทษชาวอิตาเลียนขอเป็ปเปอโรนีพิซซา เขาเอร็ดอร่อยกับพิซซาที่ไม่ได้ลิ้มรสมานานจนเกลี้ยงจาน
นักโทษชาวฝรั่งเศสเลือกฟิเลมิญอง เมนูปลาที่หาได้ยากในคุก และเขาก็ได้ตามปรารถนา
นักโทษคนที่สามเป็นพี่ไทยของเรานี่เอง
“ผมขอสะตอผัดกุ้งกับข้าวสวยร้อนๆสักจานก็พอ” เขาร้องขอ
“เอ ผมว่าท่าจะลำบากหน่อยนะ ช่วงนี้ไม่ใช่หน้าสะตอหรอก” ผู้คุมท้วง
“ไม่เป็นไรครับ” เขายิ้มเผล่ “ผมรอได้!!!”
94. คืนก่อนผมเดินไปเจอเพื่อนคนนึงเดินออกมาจากรถ รถเขาพังยับเยินมีกิ่งไม้ใบหญ้าสารพัด
สาระเพติดทั่วคันไปหมดและที่สำคัญคือ “เลือด” มีเลือดเลอะเต็มกระโปรงหน้ารถด้วย
“เฮ้ย ไปทำอะไรมาวะเนี่ย” ผมโวยวายถามมัน
“อย่าพูดดังสิวะ” มันปราม “ขับรถไปชนนักการเมืองคนนึงมาว่ะ”
“ซวยละสิ” ผมเผลออุทาน “เลือดสาดเต็มเลย แต่ เอ๊ะ! แล้วกิ่งไม้ใบหญ้าพวกนี้มาจากไหนล่ะเนี่ย” ผมเห็นผิดสังเกต
“อ๋อ ตูขับไล่บี้มันไปทั่วสวนลุมเลยว่ะ”
95. บาดหลวงคนหนึ่งเข้าไปตัดผมในร้านตัดผม หลังจากตัดผมเสร็จช่างตัดผมไม่ยอมรับเงิน
“บริการฟรีเพื่อบำรุงศาสนาครับ” ช่างตัดผมบอก
เช้าวันถัดมา เมื่อช่างตัดผมมาทำงาน เขาพบคัมภีร์ไบเบิ้ลหนึ่งโหลพร้อมกับจดหมายขอบคุณจากบาดหลวงมาวางอยู่หน้าร้าน
หลังจากนั้นมีตำรวจคนหนึ่งมาตัดผมที่ร้านตัดผมร้านนี้ เช่นเดิม ช่างตัดผมไม่ยอมรับเงิน
“บริการฟรี เพื่อคนที่ทำงานให้ชุมชนครับ” ช่างตัดผมบอก
เช้าวันถัดมา เมื่อช่างตัดผมมาทำงาน เขาพบปาท่องโก๋โหลหนึ่งพร้อมจดหมายขอบคุณจากตำรวจมาวางอยู่หน้าร้าน
หลังจากนั้นไม่กี่วันมี ส.ส. คนหนึ่งมาตัดผม ก็อีก ช่างตัดผมไม่ยอมเก็บเงิน
“บริการฟรี เพื่อคนที่ทำงานให้ประเทศชาติครับ” ช่างตัดผมบอก
เช้าวันถัดมา เมื่อช่างตัดผมมาทำงาน เขาพบ ส.ส. อีกโหลหนึ่งมายืนรออยู่หน้าร้าน!
96. ผู้หญิงคนหนึ่งปลุกสามีขึ้นมาแต่เช้าแล้วเล่าให้ฟังว่า
“ที่รักขา ชั้นเพิ่งฝันว่าคุณซื้อสร้อยคอฝังเพชรให้เป็นของขวัญวันเกิด คุณคิดว่ามันแปลว่าอะไรคะ?”
“เดี๋ยวพอถึงวันเกิดคุณ คุณก็จะรู้เองแหละ” เขายิ้มหวานก่อนตอบ
พอถึงวันเกิดของเธอ สามีกลับมาจากงานพร้อมกับห่อของขวัญขนาด 5 x 8 นิ้ว เธอค่อยๆแกะห่อของขวัญอย่างตื่นเต้น และมันก็คือ
97. สมชายไปหาจิตแพทย์ด้วยปัญหานอนไม่หลับ
“คุณหมอครับ ทุกครั้งที่ผมขึ้นเตียง ผมจะมีความรู้สึกว่ามีคนแอบอยู่ใต้เตียงทุกครั้ง
พอผมแก้เลยแก้เคล็ดด้วยการลงไปนอนใต้เตียง พอทำงั้นผมก็รู้สึกว่ามีคนนอนอยู่บนเตียงอีก
ผมก็เลยต้องปีนขึ้นลงเตียงทั้งคืน ไม่เป็นอันนอนเลยครับ ช่วยผมหน่อยเถอะครับ ผมจะบ้าอยู่แล้ว”
เขาเล่าปัญหา
“ไม่มีปัญหาครับ รักษาได้แน่นอน แต่ต้องใช้เวลาหน่อย” หมอให้กำลังใจ
“แต่คุณต้องมาหาผมสัปดาห์ละสองหน สักปีหนึ่งก็คงหาย”
“แล้วค่าใช้จ่ายจะซักเท่าไหร่ครับ” สมชายเป็นห่วงกระเป๋า
“รวมค่ายา ค่าเสียเวลาผมเบ็ดเสร็จก็ครั้งละ 2,000 ครับ” หมอแจง
“ผมขอคิดดูก่อนนะครับ” สมชายคิดหนัก
ครึ่งปีต่อมาหมอเจอสมชายที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
“อ้าวไงคุณ ทำไมไม่กลับมาให้ผมรักษาล่ะ” หมอถาม
“ครั้งละตั้ง 2,000 เชียวนะคุณหมอ ผมหายแล้ว แค่ 500 บาทเอง” สมชายตอบ
“คุณไปรักษาที่ไหนเรอะ” หมอสงสัย
“ใครบอกว่าผมไปรักษาล่ะ” สมชายเฉลย “ผมแค่เรียกช่างมาเลื่อยขาเตียงออกแค่นั้นเอง”
 
98. ว่ากันว่าเมื่อพระเจ้าสร้างอาดัมได้ไม่นาน พระเจ้าก็พบอาดัมเดินอย่างหงอยเหงาในสวนแห่งเอเด็น
“เจ้าต้องการความช่วยเหลืออะไรหรือเปล่า” พระองค์ตรัสถามอย่างปรานี
“ข้าพระองค์เหงาเหลือเกิน อยากจะได้คนมาพูดคุยและอยู่เป็นเพื่อนบ้าง” อาดัมคร่ำครวญ
“ได้สิ” พระเจ้าตอบ “ข้าจะสร้างมนุษย์อีกคนหนึ่งมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้า เธอนั้นจะถูกเรียกว่า
ผู้หญิง เธอจะช่วยเจ้าทำอาหาร ซักล้างเสื้อผ้าให้กับเจ้า มีลูกให้กับเจ้า เลี้ยงดูลูกๆของเจ้าโดย
ไม่ปริปากบ่นหรือพยายามปลุกเจ้าขึ้นมากลางดึก ไม่ด่าว่าหรือกระแนะกระแหนเจ้า
และจะเป็นฝ่ายงอนง้อก่อนเสมอเมื่อมีความเห็นไม่ลงรอยกัน ไม่เคยอ้างว่า ปวดหัว
เมื่อเจ้าต้องการ ความรัก จากเธอ เธอจะพร้อมเสมอทุกเมื่อที่เจ้าต้องการ”
“ฟังดูดีมากเลยครับท่าน” อาดัมดูสดชื่นขึ้นมาทันที “ว่าแต่ว่าข้าพระองค์จะต้องเสียอะไรบ้างเพื่อการนี้?”
“แขนและขาของเจ้าอย่างละข้าง” พระเจ้าบอก
“อืม...” อาดัมคิดหนัก “แล้วถ้าเป็นกระดูกซี่โครงซี่หนึ่งล่ะ ข้าพระองค์จะได้อะไรบ้าง?”
เรื่องราวหลังจากนั้นก็เป็นเรื่องที่เรารู้ๆกันอยู่แล้ว...

99. มหาเศรษฐีหนุ่ม (ไม่รู้ว่าเป็นลูกนายกฯด้วยหรือเปล่า) คบหาอยู่กับ
สาวสวยสามคน เมื่อเขาคิดว่าจะต้องตัดสินใจเลือกเอาสักคน เขาก็เลยทดสอบ
ทั้งสาวสาวโดยให้เงินพวกเธอเป็นของขวัญคนละ 500,000 บาท (ขนหน้าแข้งไม่ทันร่วง)
แล้วดูว่าพวกเธอแต่ละคนจะมีวิธีจัดการกับเงินนั่นยังไง
สาวคนแรกใช้เงินกับการประทินโฉม เธอเข้าไปทำผมร้านดังที่สุด ซื้อเสื้อผ้าสุดหรูดูเซ็กซี่
ทำศัลยกรรมเติมส่วนที่เธอคิดว่ายังขาด(ทั้งๆที่มันก็ดูดีอยู่แล้ว) เธอบอกกับพานทอ... เอ๊ยไม่ใช่
เธอบอกกับเศรษฐีหนุ่มว่าเธอรักเขาเหลือเกินที่ เธอยอมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เขาประทับใจสุดๆ

สาวคนที่สองไปเดินหาของขวัญให้เขา เธอซื้อชุดไม้กอล์ฟให้เขา เสื้อผ้าใหม่
ของผู้ชายสารพัดสาระเพเท่าที่จะนึกออก เธอใช้เงินทั้งหมดกับการซื้อของขวัญให้กับเขา
เช่นเดียวกัน เธอบอกกับเขาว่าเธอใช้เงินทั้งหมดเพื่อสิ่งที่เขาชอบเพื่อต้องการให้เขาประทับใจที่สุด

สาวคนที่สามใช้เงินอย่างชาญฉลาดด้วยการลงทุนในตลาดหุ้น (อย่าแปลกใจ เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นช่วง
นี้หรอกนะครับ) เธอได้เงินกำไรกลับมาเท่าตัว หลังจากคืนเงิน 500,000 บาทที่ได้จากเขามาแล้ว
เธอก็เอาเงินส่วนที่เหลือไปเปิดบัญชีในชื่อร่วมกับเขา เธอบอกเขาว่า เธออยากให้เขารู้ว่า
เธอมองหาอนาคตที่มั่นคงร่วมกับเขา ไม่ต้องการเป็นภาระของเขา

มหาเศรษฐีหนุ่มประทับใจกับสิ่งที่สามสาวทำกับเงินที่ได้จากเขาไปอย่างมาก
เขาตัดสินใจอย่างยากลำบากที่จะเลือกแต่งงานกับคนใดคนหนึ่งในนี้ จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้

100 อินเดียนแดงมาถามหัวหน้าเผ่าว่าหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้
จะหนาวหรือเปล่า ถึงแม้จะไม่รู้แต่เพื่อไม่ให้เสียเชิง หัวหน้าเผ่าให้คำตอบว่า
“จะหนาว เตรียมตัดไม้เก็บไว้ทำฟืนได้เลย”
ด้วยความที่เป็นผู้นำที่ดี สองสามวันถัดมาเมื่อมีโอกาสเข้าเมือง เขาโทรไปถามกรมอุตุฯ
“หน้าหนาวนี้จะหนาวมั้ยครับ” เขาถาม
“เชื่อว่าน่าจะหนาวทีเดียวแหละครับ” คือคำตอบที่ได้
หัวหน้าเผ่ามีความมั่นใจมากขึ้น เขากลับไปเร่งคนในเผ่าให้ตัดไม้มากขึ้นเพื่อเตรียมรับ
หน้าหนาว แต่ก็นั่นแหละ เพื่อความมั่นใจ สัปดาห์ต่อมาเมื่อมีโอกาสเข้าเมือง
เขาก็โทรถามอุตุฯอีกครั้ง
“หน้าหนาวนี้จะหนาวแน่หรือครับ” เขาถาม
“ท่าทางจะหนาวมากเลยแหละครับ” อุตุฯยืนยัน
หัวหน้าเผ่ากลับไประดมคนในเผ่าเต็มที่ สั่งให้ตัดไม้ให้มากที่สุด และเก็บเศษกิ่งไม้ชิ้นเล็ก
ชิ้นน้อยรวบรวมเอาไว้ให้มากเท่าที่จะมากได้ จนอีกสองสัปดาห์ต่อมาเขาก็เข้าเมืองอีกครั้ง
และ แน่นอน เพื่อความมั่นใจ เขาโทรถามอุตุฯตามเคย
“คุณแน่ใจนะว่าหน้าหนาวปีนี้จะหนาวมากเลย” เขาต้องการคำยืนยัน
“โอ๊ย แน่ซะยิ่งกว่าแน่อีกคูณณณณณ” คนของอุตุฯตอบมา
“พวกอินเดียนแดงตัดไม้เตรียมฟืนกันอย่างบ้าคลั่งเลยแหละ!”