นครศรีฯ ยังมีของดีมากมาย ทั้งนิยาย นิทาน เล่าขานขัน
เรื่องราวที่เล่าขาน ผ่านมาแล้ว

ขำขันวันละเรื่อง " เดี๋ยวก็เป็นเอง"

ขณะที่พ่อลูกดูละครจักรๆ วงศ์ๆกันอยู่

ใบเตย : คุณพ่อขา ทำไมลูกนางยักษ์ถึงกลายเป็นมนุษย์ผู้หญิง
ได้ล่ะคะ

พ่อ : อ้าว !! ก็พ่อนางเป็นมนุษย์ไง
ใบเตย : แล้วทำไมไม่เป็นยักษ์เหมือนแม่ล่ะคะ
พ่อ : เอาเถอะ เดี๋ยวพอนางแต่งงาน ก็จะกลายเป็นยักษ์เองแหละ ดูอย่างแม่เองสิ!                         

ขำขันวันละเรื่อง " แม่หนูชอบๆ"

เหตุเกิดหน้าโรงเรียนระหว่างครูยืนรอส่งนักเรียนกลับบ้าน
ครูอรรยา : ประไพ หนูชอบสัตว์เลี้ยงหรือป่าวค่ะ
ประไพ : ชอบค่ะ หนูชอบหมาค่ะ
ครูอรรยา : แล้วคุณพ่อคุณแม่ละ ชอบสัตว์อะไร
ประไพ : พ่อหนูไม่ชอบสัตว์หรอกค่ะ แต่หนูได้ยินพ่อพูกบ่อยๆว่า คุณแม่ชอบแรดค่ะ ฮา!!!                                    

ขำขันวันละเรื่อง " ทางดับทุกข์"

บนเครื่องบินส่วนตัวนายก รัฐมนตรีกำลังพูดเรื่องความสุขของประชาชน
สุริยะ : ถ้าผมโยนแบงค์ม่วง 1 ใบ ต้องมีคนดีใจ 1 คน
สมคิด : อ้าว !! ถ้าผมโยนแบงค์แดง 5 ใบ ต้องมีคนดีใจถึง 5 คน
เนวิน : แล้วถ้าผมเอาเหรียญ 10 โยนลงไป 100 เหรียญ ก็มีคนดีใจตั้ง 100 คน มากกว่าของพวกคุณ
นักบิน : แต่ถ้าโยนท่านทั้งสามลงไป จะมีคนดีใจถึง 60 ล้านคนแน่ะ!!!!!                                                                                    

ขำขันวันละเรื่อง " ไอคิวรัฐมนตรี"

เหตุเกิดเมื่อก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีนานาชาติ เจ้าหน้าตั้งเครื่องวัด ไอคิว ไว้ที่ทางเข้า
รัฐมนตรี อิสราเอล : ผมขอใช้เครื่องวัดหน่อยครับ วัดได้ 150
รัฐมนตรี เยอรมนี : วัดได้ 130
รัฐมนตรี ญี่ปุ่น : วัดได้ 120
รัฐมนตรี ไทยแลนด์ : เครื่องวัด ไม่สามารถวัดค่าได้ กรุณานำขี้เลื่อยออกก่อน
                                       

ขำขันวันละเรื่อง " กล่องดำ "

เหตุเกิดเมื่อเครื่องบินกำลังจะตก ภายในเครื่องมี 2นางแบบผิวขาวและ 1นางงามผิวหมึก
นางแบบผิวขาว 1 : ฉันต้องทำตัวให้เซ็กซี่หน่อย หน่วยกู้ภัยจะได้มาช่วยฉันก่อน
นางแบบผิวขาว 2 : งั้นฉันเอาด้วย
นางงามผิวหมึก : ฉันแค่แก้ผ้าพอ เพราะเวลาเครื่องตกน่ะ สิ่งแรกที่เขาจะหาคือ กล่องดำ
                                          

ขำขันวันละเรื่อง " พรสามข้อ "

หลังจากชดใข้กรรมหมดแล้วแคร็กคิวล่า ก็ได้ไปเกิดใหม่
ยมบาล : ก่อนไป.....ข้าจะให้พรเจ้า 3 ข้อ เอาไหม?
แคร็กคิวล่า : เอาสิ ..งั้น 1 ขอให้ข้าผิวขาวดั่งสำลี 2. มีเลือดดื่มตลอดกาล
3. อยู่ใกล้ชิดผู้หญิงตลอดเวลา

ยมบาล : ย่อมได้ ข้าจะให้เจ้าไปเกิดเป็น "ผ้าอนามัย" สมใจอยากของเอ็ง!!!
                             

ขำขันวันละเรื่อง
 "อย่าได้หวังเลย"
              สญชัยกระแซะเข้าไปคุยกับหญิงสาวทรงเซ็กซี่นางหนึ่งในบาร์เหล้า
ที่เป็นแหล่งชุมชนของคนเมียเผลอทั้งหลาย

    สญชัย  : "คุณกับผมออกไปต่อกันข้างนอกดีไหม" สญชัยชวนด้วยนัยน์ตา
วับวาวเป็นนัยๆ

   สาวบาร์ : "ไม่รู้ซิคะ" เธอพูดเสียงลังเล "คุณแม่ของดิฉันไม่อยากให้ออก
ไปเที่ยวไหนกับผู้ชายแปลกหน้า"

  สญชัย  :  "น่า..รับรองว่าเราจะสนุกกันอย่างเต็มที่เชียวล่ะ"
  สาวบาร์  : "เอ่อ......" เจ้าหลอนเริมอึกอัก
  สญชัย   :  "คุณครับ..ผมขอให้สัญญาว่า จะไม่กอดคุณ ไม่จูบคุณ ไม่แตะต้องแม้แต่ปลายนิ้วของคุณ" ....."ผมจะเป็นสุภาพบุรุษเต็มตัว"     

  สาวบาร์  :   "นี่คุณ"  เธอพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง "ถ้าอย่างนั้นละก็
อย่าได้หวังเลยว่าฉันจะไปกับคุณ"
 
                                           

ขำขันวันละเรื่อง " ยังไม่รู้ตัว"

เหตุเกิดที่ห้องน้ำในบ้านของตนเอง
ภรรยา : วันเสาร์เวรฉันซักผ้า วันอาทิตย์ เวรคุณ ทำความสะอาดห้องน้ำ
สามี : ได้ครับเจ้านาย
หลังจากภรรยาเข้าไปอาบน้ำ
ภรรยา : แค่ฉันให้คุณล้างห้องน้ำ ทำไมคุณต้องประชดฉันด้วย
สามี : แล้วผมประชดอะไรคุณ
ภรรยา : ก็รูปฮิปโป นมยาน ที่คุณนำมาติดที่กระจกห้องน้ำนี่ไง
สามี : ผมแค่เช็ดกระจกให้มันใสขึ้นไง
                                              

ขำขันวันละเรื่อง " ผู้ชายในฝัน "

เหตุเกิดที่ร้านเสริมสวย.........สาวสวยกำลังคุยกับช่างทำผมและเพื่อนฝูงฟัง
สมศรี : "ผู้ชายที่ฉันจะแต่งงานด้วย ต้องเปนดังแสงสว่างท่ามกลางความมืด เป็นนักดนตรี มีอารมณ์ขัน ร้องเพลงเก่ง แล้วก็ไม่เที่ยวกลางคืนด้วย"
คุณยายคนหนึ่งที่อยู่หลังร้านฟังดังนั้นจึงตะโกนบอกเธอ
คุณยาย : อีหนูเอ้ย ! ถ้าอยากได้แบบนั้นละก็ไม่ยาก ไปโลตัส มึงจะเจอ ยกมาสักเครื่องไม่แพง
สมศรี : อะไรค่ะยาย
คุณยาย ทีวีไงล่ะอีหนู
                                          
๑๐
ขำขันวันละเรื่อง " ไม่ต้องห่วงฉัน "

เหตุเกิดที่โรงพยาบาลมหาราช นครศรีธรรมราช
สามีสั่งเสียภรรยาสาวเป็นครั้งสุดท้าย
สามี : พี่คงอยู่ได้อีกไม่นาน น้องจะแต่งงานใหม่ก็ได้นะ ขออย่างเดียวอย่าแต่งกับเจ้าวันรวย
ภรรยา : พี่ไม่ต้องห่วงฉันไม่แต่งกับพี่วันรวยแน่นอน
สามี : แล้วไง
ภรรยา : เพราะฉันรับปากกับพี่เกรียงศักดิ์ไว้แล้ว
สามี : ????????
                                         

๑๑
ขำขันวันละเรื่อง " คำขอร้อง...แด่เพื่อนฝูง "

เหตุเกิดที่ร้านเหล้า
สมชาย : ถ้าฉันตาย แล้วนายสามคน ช่วยเอาซองเงินที่ฉันฝาก
ไว้ใส่โลงไปให้ฉันด้วย
หลังจากงานศพผ่านไป 1 เดือน
สมศักดิ์ : นี่เพื่อนฉันมีเรื่องจะสารภาพ คือฉันแอบเอาเงินสมชาย
ไปจ่ายตั้ง หกหมื่น
สมพงศ์ : แล้วฉันก็แอบเอาไปตั้งแสนแน่ะ
สมหวัง : ส่วนที่เหลือสองแสนกว่าฉันก็เอาไปฝากธนาคาร แล้วใส่ซองเงินไว้ในโลงตามที่มันสั่ง
ฮาๆๆๆๆๆ

                                        

๑๒
ขำขันวันละเรื่อง " ข่าวดี กับ ข่าวร้าย"

เหตุเกิดที่......คลินิค
ชูพงษ ์มีเรื่องกลุ้มใจเกี่ยวกับชีวิตตนเองจึงตัดสินใจไปพบแพทย์
ที่คลินิคแห่งหนึ่ง
หลังจากพบแพทย์แล้ว
หมอ : ผมมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายจะบอก
ชูพงษ์: งั้นผมขอฟังข่าวร้ายก่อนครับคุณหมอ
หมอ : ผลการตรวจของคุณสรุปว่า "คุณเป็นเกย์"
ชูพงษ์ : แล้วข่าวดีละครับ
หมอ : หมอชอบคุณ ฮะ!
                                         
๑๓
ขำขันวันละเรื่อง " จิ้มๆของ น.ศ. แพทย์"

เหตุเกิดกับนักศึกษาในสถาบัน แพทย์ศาสตร์แห่งหนึ่งเป็นครั้งแรกกับศพจริง
ศาตราจารย์ : นักศึกษาแพทย์ศาสตร์ทั้งหลายฟังให้ดี“ในวิชาแพทย์ศาตร์, มีเพียง 2สิ่งสำคัญ
ที่จะทำให้ท่านมีคุณสมบัติเป็นแพทย์ที่มีคุณภาพได้
คือ : ข้อแรก มันเป็นความจำเป็นที่ท่านจะไม่ขยะแขยง"
ศาตราจารย์ได้เปิดผ้าคลุมขึ้นและยัดนิ้วเข้าไปในรูทวารหนักของศพแช่ไว้แล้วเอานิ้วออกมาเขาดูด
ให้นักศึกษาดู.
นักศึกษา : ฮึม อา..
ศาตราจารย์ : "เอ้า ! เร็วนักศึกษาจงทำ
นักศึกษาแพทย์ต่างกลัวในเหตุการณ์ที่วิตถารเช่นน ี้แต่ภายหลังต่างก็หันมาผลัดกันยัดนิ้ว
ของตนเข้าไปที่ทวารหนักของศพและนำมาดูดหลังจากเอานิ้วออกมาครั้นเสร็จสิ้นจนครบทุกคน,
ศาตราจารย์ : คุณสมบัติของแพทย์ที่ดี...
* ข้อที่สอง.. คือ ต้องเป็นคนช่างสังเกตุ...เมื่อกี้อาจารย์เอานิ้วกลาง
ยัดเข้าไปแต่อาจารย์ดูดที่นิ้วชี้* กรุณาสนใจการสอนหน่อย..นักศึกษาทุกท่าน
โดย : ฝนพรำ
              
                                         
๑๔
ขำขันวันละเรื่อง " เด็กช่างพูด"

เหตุเกิดกับกับสองพ่อลูกขณะทานข้าวในครัว วิชัยเป็นเด็กช่างพูด(อนาคตอาจเป็นดีเจ)
พ่อ: วิชัยลูกพ่อ ลูกรู้ไหม เวลารับประทานอาหารห้ามพูด ครูเคยสอนลูกรึเปล่า
วิชัย : ยังเรียนไม่ถึงเรื่องนี้ครับพ่อ
วันหนึ่งบนโต๊ะอาหารเช้า วิชัยทำอึกอักอยากพูด แต่ไม่กล้าพูด พ่อสังเกตเห็น
พ่อ : "เอ้า ! ลูกอยากจะพูดอะไรเหรอ
วิชัย : พ่อครับ แมลงวันกินได้ไหมครับ?,
พ่อ : ไม่ได้หรอก ลูกถามทำไม?
วิชัย : เมื่อกี้ในจานข้าวพ่อมีแมลงวันตัวหนึ่ง ผมเห็นพ่อกินไปแล้ว
พ่อ : อ๊....ว...ก.
 
                                 
๑๕
ขำขันวันละเรื่อง " คนขี้ลืม"

เหตุเกิดกับผอ.และภารโรง โรงเรียนแห่งหนึ่งในนครศรีธรรมราช(ไม่บอก)
ผ.อ. : เพื่อนครูครับวันนี้ผมต้องขอ อนุญาติกลับบ้านก่อนแล้ว เพราต้องรีบขึ้นรถไฟไปเยี่ยมลูก
เพื่อนครู : ขอให้ท่านเดินทางโดยปลอดภัย บ๊าย บ่าย!
หลังจากควบกะบะสองตอนไปได้ระยะหนึ่ง กลับรถมาโรงเรียนอีก
เพื่อนครู : "เอ้า ! นายหัวหลอกดอกพวกเรานี้หว่า เห็นทีต้องแก้เผ็ด
ผ.อ. : เณรไข่(ภารโรง) วิ่งขึ้นไปดูที่โต๊ะทำงานผมหน่อย
มีพวงกุญแจบ้านวางอยุ่หรือเปล่า

เณรไข่วิ่งขึ้นไป อีก 10นาที เดินลงกลับมามือเปล่า
ผ.อ. : มีพวงกุญแจรึเปล่า..เณร
เณรไข่ : มีครับ มี คร๊าบ ท่านผอ.ลืมไว้จริงครับ
เพื่อนครู : อ๊ากๆๆๆๆๆๆ เณรไข่ทำสำเร็จ
                                           
๑๖
ขำขันวันละเรื่อง " ฝันร้าย"

                                
เรื่องมีอยู่ว่า ที่โรงเรียนวัดพังสิงห์
          ตอนเช้าวันจันทร์อาจารย์วันรวยเดินสะโหลสะเหลเข้ามาพร้อมกับ
ใช้มือปิดตาข้างซ้าย
          เพื่อนครู >   "อ้าวพี่วันรวยโดนใครต่อยมาล่ะ ตาเขียวปื๋อเลย"
         อ. วันรวย > "ไม่มีใครต่อยหรอกเรื่องมันเป็นอย่างนี้ จะเล่าให้ฟัง
เมื่อคืนนะซิฝันเห็นแฟนเก่า"

        เพื่อนครูถาม>
"แล้วมันเกี่ยวไรกันฝันเห็นแฟนเก่ากับตาเขียว"
         อ. วันรวย >
"เกี่ยวซิก็เราคนจริงใจกับเมียตืนขึ้นมาเล่าให้เมียฟังเมีย
ก็เลยชกเข้าเบ้าตา
เพราะหาว่าเราคิดถึงแฟนเก่า แล้วเก็บไปนอนฝัน"
          รุ่งขึ้นอีกวัน วันอังคารครั้งนี้อาจารย์วันรวยเดินเข้ามาพร้อมกับเบ้าตาเขียว
ทั้งสองข้าง

            
เพื่อนครู >  "พี่โดนเมียต่อยอีกเหรอ"
            อ. วันรวย >
"ใช่ "อาจารย์วันรวยตอบ
             
  เพื่อนครู > "อ้าวพี่วันรวยฝันเห็นแฟนเก่าอีกเหรอ"
            "เปล่า" พี่วันรวยกัดฟันพูด
               เพื่อนครู >"อ้าว ก็เมื่อวานพี่บอกว่าตาเขียวเพราะฝันเห็นแฟนเก่าแล้ว
โดนเมียต่อย"

           อ. วันรวย >
"เปล่าโว้ยคืนนี้ผมไม่ได้ฝันถึงแฟนเก่า แต่เมียผมซิเขาฝันว่าผมไปเที่ยวกับแฟนเก่า
                          เขาก็เลยซัดซะสองตาเลย" อือ อือ
โดย : ฝนพรำ     
                                               
๑๗
ขำขันวันละเรื่อง " ล้างแค้น"

             
เหตุเกิดที่บ้านภารโรง โรงเรียนบ้านไสมะนาว
          ตอนเที่ยงวันจันทร์ ผู้อำนวยการแวะไปขอน้ำเย็นในบ้านภารโรง
ผู้มีอารมณ์ขัน

          ผ.อ.>   "อ้าววันนี้เองมีเรื่องตลกอะไรจะเล่าให้ข้าฟังล่ะ"
         ภารโรง> "มีซิ แต่ที่จะเล่านี่มันตลกจริงๆนะ ท่านผ.อ. คือว่าเก้าอี้ที่
ท่านนั่งอยู่ น่ะผมเพิ่งทาสีเมื่อกี้"

        ผ.อ.>
   "แล้วมันเกี่ยวไรกัน โอ้ยกุงเกงข้า เ ปื้ อ น ห ม ด ตูด..."
        ภารโรง>
"เรื่องที่จะเล่าต่อไปเป็นเรื่องของคนอารมณ์ร้าย แก้แค้น
เอาคืนเสมอ" เรื่องมีว่า

          ครูบุญธรรม(ไม่ใช่สุธรรม) เดินถนนตอนค่ำที่ผ่านมา ไม่ทันระวัง ไปชนกับเสาไฟฟ้าหัวโนปูด
            
ผ.อ.>  "สงสัยครูธรรมเมากระมัง"
           ภารโรง> ครูธรรมไม่เมา ผ.อ. ลองไปดูซิตอนนี้นอนที่ห้องพยาบาลโรงเรียน
            
 ผ.อ.> "อ้าวเป็นไงครูธรรมไหนภารโรงว่าหัวโนเพราเดินชนเสาไฟฟ้า                        นี่ทำไม มือนายบวมเป่งอย่างนี่ล่ะ"
            ครูธรรม > ก็เพราะผมต่อยเสาไฟต้นนั้นล่ะ ท่านผ.อ.
                                               
๑๘
ขำขันวันละเรื่อง " การสอนแบบบูรณาการ"

                                
เหตุเกิดที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง "โรงเรียนวัดนิคมคีรี"
          วันจันทร์นี้มีครูลาตั้งหลายคน ผู้อำนวยการนั่งบ่นกับรอง
          ผ.อ.   >   "อ้าววันนี้ท่านรองไปสอนพุทธศาสตร ์ม.2 แทนครูธรรมะหน่อยน่ะ"
         รองผอ.> "ได้ครับ ท่านผ.อ. ผมไปสอนเดี่ยวนี้เลยครับ"
         ผ.อ    .>
   "แล้วห้องอื่นผมเดินดูแลเอง"
        รองผอ. > 
"นักเรียนครูธรรมะสอนไปถึงเรื่องอะไรแล้วล่ะ"
          นักเรียน "วิชาพระพุทธสอนถึงพิษของสุรา วิชาวิทย์สอนถึงเรื่องสัตว์
ไม่มีกระดูกสันหลัง
                      แล้ววันนี้ครูให้นำไส้เดือนมาทดลองด้วยครับ
"
           รองผอ. > "ครูธรรมะเคยสอนแบบูรณาการบ้างมั๊ย วันนี้ครูจะสอนแบบ
บูรณาการเอาไหม?"

            
 นักเรียน "เอาครับ...ๆ ๆๆ"
           รองผอ. > "นักเรียนทุกกลุ่มนำไส้เดือนขึ้นมา แล้วหัวหน้ากลุ่มออกมา
เอาแก้วใส่น้ำเปล่า                          1ใบแล้วแก้วใส่เหล้า อีก 1 ใบ
"
            นักเรียน "
แล้วทดลองอย่างไรครับคุณครู"
           รองผอ. > "ให้นักเรียนนำไส้เดือนตัวที่1 ใส่แก้วน้ำเปล่า ตัวที่ 2 ใส่แกล้วเหล้า
แล้วสังเกตุ และ                          ตอบคำถาม
" ..........ผลการทดลองเป็นอย่างไรละ
            นักเรียน " ไส้เดือนในน้ำเปล่ายังอยู่ ในแก้วเหล้าตายครับคุณครู"
          รองผอ. >
"นักเรียนจะสรุปผลทดลองว่าอย่างไรล่ะ"
             เด็กชายกฤษฏา " ถ้าเราดื่มเหล้า ตัวเราก็จะไม่มีพยาธิครับ"
                                                      

๑๙
ขำขันวันละเรื่อง " มือใหม่หัดขับ"

                                
เหตุเกิดที่
ี่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แถวทุ่งสง...
        คุณหมอเอกพงค์เพิ่งจบจากการเป็นแพทย์ฝึกหัดใหม่ๆ จึงไม่ค่อยมีประสบการณ์ 
              เ
ท่าไหร่วันหนึ่งมีผู้ป่วยชายมารักษาที่โรงพยาบาลด้วยอาการชัก
        คุณหมอเอกพงศ์หาสาเหตุไม่ได้   จึงปรึกษาแพทย์รุ่นพี่
        หมอเอกพงศ์ : "อาจารย์ครับ คนป่วยเป็นไรครับ"
         อาจารย์ "คนไข้เป็นโรค Malimgering (หมายถึงโรคที่คนไข้แกล้งแสดงว่าป่วย)               
         หมอก็รักษาตามอาการก็แล้วกัน"
        ครึ่งชั่วโมงต่อมาหมอเอกพงค์วิ่งหน้าตั้งมาหาแพทย์รุ่นพี่
          หมอเอกพงศ์ : "อาจารย์ครับ ตอนนี้คนไข้แกล้งตายไป 15 นาทีแล้ว                            และที่สำคัญยังแกล้งไม่ยอมฟื้นขึ้นมาด้วยครับ"
         โดยฝนพรำ   
                                              

๒๐
ขำขันวันละเรื่อง " อภิชาตบุตร"

                    หลังจากที่คุณพ่อดูผลการสอบกลางเทอมของลูกแล้วพบว่ามีบาง
วิชาที่คะแนนแย่มากๆ
        คุณพ่อ    : "ลูกเหน่งทำไมวิชาภาษาอังกฤษถึงสอบไม่ผ่านล่ะ"
         เหน่ง     : "เพราะว่าหนูไม่เคยไปต่างประเทศเลยค่ะพ่อ"
       คุณพ่อ      : "แล้ววิชาประวัติศาสตร์ล่ะลูก ทำคะแนนได้แค่ผ่านนิดเดียว "
       เหน่ง       : "ก็เพราะว่าหนูเกิดมาช้าเกินไป เลยไม่ค่อยรู้เรื่องของอดีตค่ะ"    
                  สองสัปดาห์ต่อมา เช้าวันจันทร์ที่โรงเรียนหนูเหน่งนำการบ้าน
ไปส่งคุณครู
    
       คุณครู      : "นี่เหน่งทำไมพักนี่หนูเก่งขึ้นเยอะเลยผลการเรียนก็ดีขึ้น วันนี้หนูทำการบ้านได้ถูกหมดเลย"
       เหน่ง       :  "ก็ระยะนี้คุณพ่อต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัด
หนูเลยต้องทำการบ้านด้วยตนเองค่ะ"
 
                                                  
๒๑
   
ขำขันวันละเรื่อง " เพิ่มอีกเท่าตัว"
                           เหตุเกิดที่ลานเบียร์สดหน้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง
       เมื่อแขกคนหนึ่งดื่มเบียร์หมดไป 2แก้ว เขาถามเจ้าของร้านว่า
         แขก         : "ในสัปดาห์หนึ่งคุณขายเบียร์หมดไปกี่ถัง"
         เจ้าของร้าน : "ขายได้สัปดาห์ละประมาณ 35 ถัง ครับ"
         แขก         : "ผมมีวิธีที่จะทำให้คุณขายได้เพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าเอาไหม"    
    
        เจ้าของร้าน  : "อะไรนะ ขายเพิ่มเท่าตัว ก็ 70 ถัง ต่อสัปดาห์ เอาสิครับ   
                          บ๋อยๆ โต๊ะนี้ไม่ต้องเช็คบิล ฟรีโว๊ย"
        เจ้าของร้าน  : "เออ ! ไหนคุณลองบอกวิธีที่ ที่ทำให้ขายได้เท่าตัวผมหน่อย"  
         แขก         : "ง่ายๆ เวลาคุณขายเบียร์ให้ลูกค้า คุณก็เทเบียร์ใส่ให้เต็มแก้วเท่านั้นเอง"    
         
                                   
 ๒๒
ขำขันวันละเรื่อง " ความต้องการของคนชรา"

                     เหล่าบรรดาคุณหญิงคุณนายซึ่งเป็นนักสังคมสงเคราะห์
      อยากจะสำรวจ(เพี่อนำไปทำวิจัยหน้าเดียว)ว่าคนวัยชราต้องการอะไรมากที่สุด                   เริ่มสำรวจจากสามี-ภรรยาคู่แรกซึ่งมีอายุ 80ปี เท่ากันทั้งคู่
นักสังคมสงเคราะห์ : “คุณตาคะ ตอนนี้คุณตาต้องการ อะไรมากที่สุดคะ”
             คุณตา   : “ตาต้องการให้หูได้ยิน ให้ตามองเห็นชัดเจน ฟันดี                          ความจำดีมีเรี่ยวแรงเดินไปไหนมาไหนก็พอแล้วแหละหลานเอ๊ย”
นักสังคมสงเคราะห์ : “แล้วคุณยายละคะ ตอนนี้ต้องการ อะไรมากที่สุดคะ”
             คุณยาย  : “ยายต้องการคาถาวิเศษ ยายจะเสกให้ตากลายเป็นหนุ่มน้อย 20 ปี”
นักสังคมสงเคราะห์ : “อ๋อ แล้วยายจะเสกตัวเองเป็นสาวน้อยด้วยใช้มั้ยคะ ยาย”
              คุณยาย : “เปล๊า ยายจะเป็นยายแก่ยังงี้แหละ”
นักสังคมสงเคราะห์ : “อ้าว ทำไมละคะยาย”
           คุณยาย : “ ก็เพราะยาย อยากจะลองมีผัวหนุ่มอายุ 20 ดูมั่ง น่ะซิหลานเอ๊ย
                                                    
๒๓
ขำขันวันละเรื่อง " ความต้องการของคนชรา2"

                     เหล่าบรรดาลูกๆหลานที่เฝ้ารอดูผลการตรวจของคุณตาอายุ 84 ปี ที่หน้าห้องเอ๊กซเรย์
                 ลูกคนที่ 1 กล่าวกับน้องๆและหลานๆ "เมื่อตอนที่ผมเรียนป.1
คุณปู่เคยเล่าว่าตอนเด็กๆ ปู่เคยกลืนเหรียญ สมัย ร.5 โน่น

                คนที่(ลูกสาว) : “คุณตาคงไปผ่าตัดออกมาแล้วแหละคงไม่ใช่สาเหต
ุที่ทำให้ปวดท้อง ”

            ขณะที่รออยู่สักครู่พยาบาลก็นำฟีมล์เอ๊กซ์เรย์ ออกมาแล้วให้นำไปพบแพทย์ที่ห้องตรวจอีกครัง
                  คุณหมอ : “คุณตาเป็นอะไรมาหรือ”
                    คุณตา : “คุณหมอครับผมมีความรู้สึกว่า ท้องไส้ไม่ปกติ เมื่อ 70ปีก่อนโน่นผมกลืนเหรียญ  นกคาบหญ้า สมัย รัชกาลที่ 5 ลงไป"
                 คุณหมอ : "ทำไมคุณตาถึงปล่อยไว้ตั้ง 70 ปี ถึงจะมา....."
                   คุณตา : “ก็เมื่อ 70 ปีก่อนผมไม่ต้องการใช้เหรียญนี่ครับหมอ”
                คุณหมอ  : แล้วตอนนี้คุณตาจำเป็นจะใช้ทำอะไรเหรอ
                  คุณตา : “ ก็ลูกๆ หลานๆ ที่รออยู่หน้าห้องมันจะเอาไปทำเบอร์"  
                                                
๒๔
ขำขันวันละเรื่อง " ลูกผู้ชายตัวจริง"

พ่อลูกสองคนกำลังเดินเล่นในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นก็มีหมาดำ
ตัวหนึ่งเดินเข้ามาแล้วส่งเสียงเห่าทำให้เด็กน้อยตกใจกลัว ไปอยู่ข้างหลังพ่อ

พ่อ : ไม่ต้องกลัวหรอกลูกจำไว้น่ะคำสุภาษิตโบราณกล่าวไว้ว่า หมาเห่ามันไม่กัดคน
ลูก : “แล้วหมาตัวนี้มันรู้คำสุภาษิตหรือเปล่าละฮะ ”
พ่อ : “แหมไอ้ลูกคนนี้มันช่างยอกย้อนจริงๆ ไม่เอาไหน ไม่เอาไหน วันหนึ่งๆ
ทำตัวเกะกะเกเร นี้ถ้าแกยังเป็นอย่างนี้ ฉันมีหวัง ผมขาวหมดทั้งหัว"

ลูก : “ถ้าพ่อพูดแบบนี้ แสดงว่า การที่คุณปู่ผมขาวทั้งหัว เพราะพ่อก็ ไม่เอาไหน อย่างผมหรือฮะ”
                                          
๒๕
ขำขันวันละเรื่อง " แม้กระทั่งเทียนไขยังไว้ใจมิได้"

เหตุเกิด ณ. คลินิคชื่อดังแห่งหนึ่ง ของจังหวัดที่ได้ชื่อว่าเมืองพระ
แม่ชีศรีไพร แม่ชีสาวแห่งวัดชายทุ่ง ไม่สบายมาหลายวัน เมื่ออดทนอยู่ไม่ไหว
จึงชักชวนเด็กชายป๋อง เด็กวัดให้เดินเป็นเพื่อนไปหาหมอที่ปากซอย
แม่ชีศรีไพร : ป๋องเจ้ามาอยู่วัดนี้นานเท่าไหร่แล้วล่ะ
ป๋อง : “4-5 ปีแล้วครับโยมชี”
แม่ชีศรีไพร : “แล้วบ้านเอ็งอยู่ทีไหนล่ะ ป๋อง"
ป๋อง : “นี่ละครับใกล้จะถึงบ้านผมแล้วครับ โน่นแม่ผมกำลังจะมีน้องอีกคนนั่นไงครับ”
สักครู่ทั้งสองก็ไปถึงคลินิค โยมชีเข้าตรวจ ป๋องนั่งรอโยมชีอยู่ด้านนอก
สักครู่โยมชีก็ถือ ขวดเล็กๆ 1 ใบออกมาแจากห้องตรวจ
แม่ชีศรีไพร : "ป๋องกลับได้แล้วตรวจเสร็จแล้ว"
ป๋อง : “แล้วโยมชีนำขวดกลับไมทำไมล่ะครับ"
แม่ชีศรีไพร : "ก็พรุ่งนี้หมอสั่งให้ฉี่ใส่ขวดนี้แล้วนำมาให้หมอตรวจอีกที
ป๋องช่วยนำมาให้ด้วยน่ะ พร้อมกับนำผลไปรายงานโยมฉีด้วย"
วันรุ่งขึ้น ป๋องนำขวดใส่ฉี่โยมชีไปให้หมอตรวจ ขณะที่เดินเล่นมานั่นป๋องสะดุด
ตอไม้ล้มลง จนขวดฉี่หกหมด ป๋องจึงคิดได้ว่าแม่เราก็เป็นผู้หญิงเช่นกันจึงตัดสินใจ
เข้าไปอ้อนวอนให้แม่ฉี่ใส่ขวดแทนที่ แล้วป๋องก็นำไปให้หมอตรวจ
สักครู่คุณหมอก็นำใบผลตรวจมาให้ป๋องนำไปให้แม่ชี
ป๋อง : “โยมชีครับ หมอให้ผลตรวจเป็นใบมาให้แม่ชีอ่านเองครับ"
ผลการตรวจปัสสาวะของโยมชีปรากฏว่า โยมชี ตั้งท้อง
แม่ชีศรีไพร : "แหมทุกวันนี้ แม้กระทั้งเทียนไขยังไว้ใจมิได้"
 
                                         
๒๖
ขำขันวันละเรื่อง " ลูกกตัญญู"

                    ก่อนจะถึงวันแม่ พวกนักเรียนกำลังปรึกษาหาวิธีที่จะตอบแทนพระคุณ
            ของพ่อแม่ และทำให้พ่อแม่มีความสุข หลังจากอภิปรายแล้วได้ผลสรุปออกมาว่า
            จะต้องตั้งใจเล่าเรียน เพิ่มความขยัน และวิธีที่ดีที่สุดเราจะไม่เอาผลสอบกลับบ้าน
            เด็ดขาด   ฮา ๆๆ
          หนุ่ม  :   " เมื่อคืนนี้ ฉันเวลา  10 ชั่วโมง กับวิชาที่เราไม่ผ่าน "
         เหน่ง  :   “วิชาอะไรเหรอ”
         หนุ่ม   :  “คณิต วิทย์ อังกฤษ ฯลฯ"
       
  เหน่ง  :  “ทำไมเธอถึงขยันมากขนาดนั้นล่ะ”
          หนุ่ม  :   "เปล่าหรอกฉันใช้มันแทนหมอนไง
                                          
๒๗
  ขำขันวันละเรื่อง " ไม่ได้หลอก"

                   วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ สามี-ภรรยาคู่หนึ่ง ไปตลาดนัดซื้อกับข้าวอย่าง
                   ที่เคยปฏิบัติ
          ภรรยา  :   " สมัยนี้จิตใจคนเราแย่ลงทุกวันเลยนะคะ เมื่อกี้ซื้อของที่ตลาด แม่ค้า
                         ยังทอนแบ๊งค์ปลอมให้ฉันเลย "
         สามี  :   “ไหนล่ะ ขอผมดูหน่อยซี”
         ภรรยา   :  “ฉันเอาไปซื้อผักกาดขาว นี่เสียแล้วล่ะค่ะ"
       
  สามี  :  “เมื่อตะกี้ฉันก็โดนเจ็ก ร้านขายของชำหลอกเอาเหมือนกัน”
          ภรรยา  :   "เจ็กมันหลอกอะไรเหรอพี่"  
           สามี  :   “ฉันบอกว่าฉันซื้อนำตาล ครึ่งกิโล แทนทีมันจะไปหยิบโหลน้ำตาล
                       ดันไปหยิบ โหลที่ฉลากเขียนว่าพริกไทยมาให้ ” 
         ภรรยา  :   "แล้วทำไมพี่ไม่เอาไปเปลี่ยนเสียล่ะ"
           สามี  :  “ก็มันบอกไม่ต้องเปลี่ยน คุณรู้ไหมครับว่าที่ข้างโหลเขียนว่าพริกไทย
                      ก็เพื่อจงใจเขียนหลอกมดต่างหากล่ะครับ ”

                                       
๒๘
ขำขันวันละเรื่อง " ลูกผู้หญิงตัวจริงกว่า"

                   วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หนูนิดมักจะนอนตื่นสายเป็นประจำ
          ยาย   :   " หนูนิด ตื่นได้แล้ว ตื่นๆๆๆ ตื่นเร็ว ยายจะช่วยล้างหน้าให้ "
         นิตยา  :   “แต่หนูไม่อยากล้างหน้านี่ค่ะ"
         ยาย    :  “รู้มั๊ย  ตอนที่ยายอายุเท่าหลาน วันหนึ่งๆ ต้องล้างหน้าถึง 3 ครั้ง เชียวน่ะ"
       
  นิตยา  :  “มิน่าล่ะ หน้าของยายถึงมีรอยย่นมากจัง ถ้าไม่ล้างหรอกเดี่ยวจะเป็นเหมือนยาย”
          ยาย   :   "แหม ไอ้เด็กทุกวันนี้ มันช่างยอกย้อนเก่งจริง "                      ....หนูนิดไปดูซิใครมาเรียกที่หน้าบ้าน  
          นิตยา  :   “อ๋อ .. เพื่อนหนูเอง จ๊ะยาย เดี๋ยวหนูนิดจะไปเปิดประตูให้เข้ามาจ๊ะ"
       ด.ช. วิชัย : นิด..ไม่ต้องเปิดก็ได้จ๊ะ เรามีเรื่องนิดเดียวเอง คือ พ่อฉันบอกว่า
                      แต่ก่อนนี้คนคือลิงละ จริงมั๊ยนี่"
          นิตยา  :  “มันเป็นเรื่องตลก มากว่า นะ”
        ด.ช.วิชัย :   " จริงๆ นะเธอ"
          นิตยา  :  “ถ้างั้น เมื่อก่อนนี้ พ่อเธอเคยอยู่ที่สวนสัตว์ไหนเหรอ”

                                
๒๙
ขำขันวันละเรื่อง " บังเอิญประหยัด"

                   วันเปิดเทอมวันแรกของปีการศึกษาใหม่ ณ.โรงเรียนประจำแห่งหนึ่ง
          คุณครู    :   " หนูเหน่ง ความบังเอิญมีความหมายว่ายังไง"
         หนูเหน่ง  :   “หมายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมกันโดยมิไดนัดหมาย"
         คุณครู    :  “ไหนลองยกตัวอย่างมาอธิบายให้เพื่อนๆฟังหน่อยซี"
       
 หนูเหน่ง  :  “คุณพ่อและคุณแม่ บังเอิญแต่งงานในวันเดียวกัน”
                       ???????
          คุณครู   :   "เด็กชายวันรวย เธอเอาผลสอบเมื่อปลายปีที่แล้วให้พ่อดูรึเปล่า" 
       ด.ช.วันรวย : เอาให้พ่อดูแล้วครับ"
           คุณครู   :   "เอ้า แล้วคุณพ่อว่ายังไงบ้างล่ะ"
        ด.ช.วันรวย :   " คุณพ่อดีใจมากเลยครับ"
           คุณครู   :   "คุณพ่อดีใจได้ไง เหรอวันรวย"
        ด.ช.วันรวย :   " คุณพ่อดีใจแล้วแกก็บอกว่าผมยังเรียน ป.5 เหมือนเดิม พ่อก็ไม่ต้อง
                            เสียเงินซื้อหนังเล่มใหม่ ไงครับครู "
                                          
๓๐
ขำขันวันละเรื่อง " ดีใจรองเท้าใหม่"

                   วันเปิดเทอมวันแรกของปีการศึกษาใหม่ ณ.โรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัด
          คุณครู    :   " ผ.อ.ขา มีหนังสือราชการให้ผ.อ.ไปเบิกเงินตกเบิก ซี 9"
          ผ.อ.       :   “เดี๋ยวค่อยไปเบิกตอนบ่าย"
         หลังจาก
ผ.อ.เบิกเงินแล้ว ก็ไปซื้อรองเท้าใหม่ ในราคา 4700 บาท สวมกลับบ้านด้วยความภาคภูมิใจ คาดว่าภรรยาคงจะเอ่ยปากชม แต่เมื่อถึงบ้าน ดูเหมือนว่าภรรยาจะไม่ได้สังเกตเห็นรองเท้าคู่นั้นด้วยซ้ำไป
        ผ.อ.ยังอยากจะให้ภรรยาเห็นรองเท้าใหม่ให้ได้ รอจนภรรยา เข้านอนแล้ว
จึงถอดเสื้อผ้าออกหมด สวมแต่รองเท้าคู่นั้นเข้าห้องนอน เขาเต๊ะท่าแล้วเอ่ยปากขึ้นว่า
         ผ.อ.      :" ถึงเวลาแล้วที่คุณจะสนใจดูได้แล้วว่า อ้ายหนูของผมมันชี้ไปที่อะไร" 
   ภรรยาของเขามองดูรองเท้าแล้วพึมพำขึ้นว่า
           ภรรยา  :   "คุณน่าจะซื้อหมวกมามากกว่าน่ะที่รัก"
                                             
๓๑
ขำขันวันละเรื่อง "บังเอิญโชคด "

หลังจากเจ้าสุนทรครูหนุ่มวัยเลยเลข 4 ป้วนเปี้ยนไปมา
ตามห้างสรรพสินค้าทั่วเมืองนคร ก็เขาจีบสาวห้างไปทั่วเมือง
แต่บังเอิญโชคดีของสาวห้างหรือของครุสุนทรมิทราบได้

          ครูทร   :   " น้องธาริณี ที่พี่ยื่นข้อเสนอไป คุณแม่ตกลงไม่ครับ "
          ธาริณี       :   “แม่ไม่โอเค หรอกค่ะหากจะไปจะทะเบียน
                             สมรสอย่างเดียว"

         หลังจาก
ทั้งคู่ปรึกษาสนทนาทำความเข้าใจอยู่พักใหญ
        ่ทั้งคู่เลยตัดสินใจไปพิมพ์การ์ดแต่งงาน เพื่อนำไปเซอร์ไพร์คุณแม่
        คืนแต่งงานหลังจากทำพิธีส่งหอเจ้าบ่าวและเจ้าสาวแล้ว
        เหตุการณ์ปกติเหมือนทุกๆคู่ที่เข้าพิธีแต่งงานเช้าวันจันทร์
        ครูสุนทรก็ไปทำงานที่โรงเรียนเช่นเคย
        ครูรงค์     : พี่สุนทรเป็นไงบ้างครับเจ้าสาวของพี่
           ครูทร  :   "พี่สงสัยว่าเมียของพี่เป็นคนปัญญานิ่ม เพราะมันเอาหมอน
ที่หนุนหัวมาหนุนก้นเฉย "
๓๒
ขำขันวันละเรื่อง "เรื่องของเล็น"

สัตว์เล็กๆที่อาศัยอยู่ในร่มผ้า เดิมทีเรียกว่าเล็น มักจะและเล็มอยู่บริเวณที่ลับของชาย-หญิง
เมื่อ 40 ปีก่อนโน้น คุณผู้อ่านอาจจะสงสัยเจ้าเล็นสองตัว เป็นเพื่อนกัน ตัวหนึ่งอยู่เยอรมัน อีกตัวหนึ่งอยู่เมืองไทย
วันหนึ่งเล็นเยอรมัน เอ่ยปากชวนเล็นไทยไปเที่ยวเยอรมัน โดยบอกว่า
เล็นเยอรมัน : “เวลาขึ้นเครื่องบินให้หาที่อุ่นอยู่นะ เพราะอากาศจะหนาวมาก ผิดกับที่นี่”
เมื่อไปถึงเยอรมัน เล็นเยอรมันก็ถามขึ้นว่า
เล็นเยอรมัน : “เป็นไงบ้าง ตอนเจ้ามา ได้หาที่อุ่นๆอยู่ได้หรือเปล่า ฉันมองหาไม่เจอแกเลย ไปหลบอยู่ที่ไหน”
เล็นไทย : “ตอนแรกก็อุ่นดีหรอกเพราะข้าไปซุกอยู่ที่ตรงนั้นของแอร์ฮอสเตส”
เล็นเยอรมัน : “ก็ดีแล้วนี้เจ้าเพื่อน”
เล็นไทย : “ดีไงล่ะก็ข้าเผลอหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกที ไม่รู้ว่าข้าไปอยู่บนหนวดกัปตันได้ไง โคตรหนาวเลย
๓๓
ขำขันวันละเรื่อง "วิธีลดความอ้วน "
หลังจากสัมพันธ์สวาทระหว่างหนุ่มสาวคู่หนึ่งต้องมีอันต้องสิ้นสุดลงอย่างกระทันหัน
ทั้งคู่จึงต้องแยกทางกันหลายเดือน แต่แล้วโดยบังเอิญหนุ่มเกิดจ๊ะเอ๋กับสาวที่ริมถนนแห่งหนึ่ง
โดยไม่มีทางจะเลี่ยงไปทางอื่น หนุ่มก็ทักขึ้นก่อนอย่างเหนียมๆว่า
หนุ่ม    “สวัสดีจ๊ะ,ไม่ได้พบกันเสียนานได้ข่าวว่าเธอกำลังลดความอ้วนอยู่ไม่ใช่เหรอ?ได้ผลยังไงบ้างล่ะ?”
สาว     “ก็ได้ผลดี”
สาวตอบห้วนๆ เหมือนไม่มีเยื่อใยมาก่อน
สาว     “เมื่ออาทิตย์ก่อนฉันลดน้ำหนักลงได้ตั้ง ๔ กิโลกว่าๆนั่นแนะ”
หนุ่ม    “โอ้โฮ เก่งจังเลย เธอทำยังไงนะ?”

สาว     “ก็คลอดลูกของคุณออกมาน่ะซี”
๓๔
ขำขันวันละเรื่อง "
คนกำลังขี่เลื่อน
"
นักสอนศาสนาบุกเข้าไปในป่าดงดิบเพื่อเผยแพร่ธรรม ได้คนพื้นเมืองเป็นเพื่อนนำทางคนหนึ่ง
ระหว่างทางนักสอนศาสนาก็สอนให้คนนำทางรู้จักสัตว์ต่างๆว่า
เขาเรียกว่าอย่างไร เมื่อพบลิง
นักสอนศาสนาก็ชี้มือพร้อมกับออกเสียงว่า “ลิง” คนพื้นเมืองก็ว่า “ลิง” ตามอย่างนี้ไปตลอดทาง
ในที่สุดก็พบคนพื้นเมืองอีกผู้หนึ่งในหมู่บ้าน กำลังร่วมสวาทอย
ู่กับหญิงพื้นเมือง
นักสอนศาสนาคิดหาคำอธิบายที่ไม่หยาบคายแล้วชี้แจงว่า
“คนกำลังขี่เลื่อน”
คนพื้นเมืองก็ว่าตาม
“คนกำลังขี่เลื่อน”
แต่พอพูดจบก็วิ่งปร๋อกระชับหอกในมือตรงไปหาอย่างรวดเร็ว พอเข้าใกล้ก็พุ่งหอกปักกลางหลังเต็มแรง
จนคนพื้นเมืองที่กำลังประกอบกามกิจอยู่ตายคาที่
เขาหันมาทางนักสอนศาสนาที่วิ่งตามหลังไปพูดว่า
“คนกำลังขี่เลือน แต่ไอ้เลื่อนนี่มันเมียผมนี่หว่า”
ฮา..
๓๕
ขำขันวันละเรื่อง "
ต่อไปนี้พี่ไม่เมา
"

เย็นวันหนึ่ง สามีเดินเข้ามาหาภรรยาแล้วพูดว่า "ต่อไปนี้ พี่ไม่เมาแล้ว" ภรรยายิ้มด้วยความภูมิใจ เนื่องจากสามีตนเองเมาหัวราน้ำทุกวัน
สามีอธิบายต่อ "พี่ทราบดีที่พี่เมาเพราอะไร พี่ได้ทดลองมา 5 วันแล้ว" ภรรยาตั้งใจฟังอย่าใจจดใจจ่อ "วันจันทร์พี่ดื่มเหล้าแม่โขงผสมโซดา
ปรากฎว่าเมา วันอังคารดื่มหงส์ทองผลมกับโซดา ยังเมาเหมือนเดิม วันพุธดื่มรีเจนซี่ผสมโซดา ยิ่งเมาใหญ่ วันพฤหัสฯดื่มเบียร์ผสมโซดา
มันเมาจริงๆ วันนี้ดื่มเหล้าขาวผสมโซดา มันก็เมาอย่าที่เห็นนี่แหละ" ภรรยาถือโอกาสให้โอวาทแก่สามี "ที่นี้รู้ตัวแล้วนะว่าคนเมานี่มันไม่ดี กลับเนื้อกลับตัวได้ก็ดี" สามีอธิบายต่อ พี่สรุปจากการทดลองได้ว่า ไอ้เจ้าโซดานี่แหละที่ทำให้เมา ผสมกับเหล้ายี่ห้ออะไรก็เมาหมด" "ต่อไปนี้พี่ไม่ผสมแล้วไอ้เจ้าโซดานี่ ดื่มเพียวๆดีกว่า" ภรรยา
หงายหลัง งงงงงงงงง เศร้าตามเคยตู
๓๖
ขำขันวันละเรื่อง "
หตุที่ได้มาอยู่ที่นี่
"
นักสังคมสงเคราะห์นางหนึ่ง เดินเข้าไปเยี่ยมคนไข้ในโรงพยาบาล
โรคจิตแห่งหนึ่ง ขณะที่กำลังเดินดูสถานที่พอเพลินๆ อยู่นั่น ก็พบคนไข้รายหนึ่งเดินสวนทางมา จึงทักถามไปว่า
"อ้าวสุดหล่อ..เป็นอะไรถึงมาอยู่ที่นี่หล่ะ?"
คนไข้ผู้นั้นยืนอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า" คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ.. คือผมแต่งงานกับแม่ม่ายคนหนึ่ง มีลูกสาวติดมาด้วย ต่อมาพ่อของผมก็แต่งงานกับลูกสาว ติดเมียผม ทำให้เมียผมกลายเป็นแม่ยายของพ่อผัวของเธอเอง แล้วพ่อของผมเองกลายมาเป็นลูกเขยเลี้ยงของผม ต่อมาแม่เลี้ยงของผม คือลูกสาวของเมียผมนั่นแหละครับ เกิดมีลูกขึ้นมาเป็นผู้ชาย เด็กคนนี้ก็กลายเป็นน้องชายของผม เพราะว่าเป็นลูกของพ่อผม แต่เด็กคนนี้ ก็เป็นลูกเลี้ยงและเป็นหลานของเมียผมด้วย นี่เองทำให้ผมกลายเป็นปู่ของเด็กที่เป็นน้องชายของผม ต่อมาเมียของ ผมก็มีลูกชายคนหนึ่ง ตอนนี้แม่ยายคือพี่สาวของลูกชายผมก็มีศักด ิ์
เป็นยายไปด้วย เพราะพี่สาว เลี้ยงเป็นเมียผม ผมเองกลับเป็นน้องชายของลูกผมเอง ซึ่งเป็นลูกชาย ของยายเลี้ยงผม ผมก็เป็นน้องเขยของแม่ผม เมียผมก็เป็นป้าลูกชายของ เธอเอง ลูกชายผมก็เป็นหลานของพ่อผม ทำให้ผมเป็นปู่ตัวผมเอง มันสับสน อย่างนี้แหละครับ...คุณว่าผมสมควรที่มาอยู่ที่นี่ หรือเปล่าหล่ะ?"
๓๗
ขำขันวันละเรื่อง "
คนม่กลัวเมีย
"

ในวงสุราบาลโดยทั่วไปที่มักจะคุยกันก็มักจะหนีไม่พ้นเรื่องเอ
าเมียมานินทากัน แล้วส่วนมากที่แอบได้ยินก็ล้วนแล้วแต่คนไม่กลัวเมียทั้งนั้นเช่น
เดียวกันกับชมรมกลัวเมีย เอ๊ย! ไม่ใช่ค่ะ ชมรมคอมพิวเตอร์นครศรี(ในขณะที่กำลังสังสรรค์กันอย่างเต็มที่)
อ.ไม่มีวันจน " เมียข้านะโว้ย น่าเบื่อเป็นบ้าเลย บ่นทั้งวัน ไม่รู้จักเบื่อ
เห็นข้าเป็นลูกศิษย์ ดุตลอดเวลา
อ.ดีเจเสียงใส "ก็เมียแกจบจากสวนดุศิษย์ ก็ต้องดุให้สมกับที่จบจากสวนดุศิษย์ซิ แต่เมียข้าก็ขี้บ่นเหมือนกันเพราะเมียเราทั้งสองคนจบจากสถาบันเดียวกันนี่ แต่ข้ามีวิธีโว้ย"
อ.ไม่มีวันจน "แกใช้วิธีไหนว่ะ บอกด้วยซิ ต่อไปเราจะได้ตั้งชมรมใหม่เป็นชมรม คนไม่กลัวเมีย"
อ.ดีเจเสียงใส "โอ้ย! เป็นของพื้นฐานมากๆเลย ใช้เท้า ไงเพื่อน
เวลาเมียบ่น ใช้เท้า เมียไม่บ่นแถมยังรักเรามากขึ้นด้วย"
อ.ไม่มีวันจน "เอ้ย!แกจะโหดเกินไปละมั้ง คนเรามีการศึกษา
ไม่ควรจะใช้กำลังกัน"
อ.ดีเจเสียงใส"ใครบอกแกล่ะว่าใช้เท้าเตะ เท้าแขนโว้ย เวลาเมีย
บ่นให้เท้าแขนนอนฟัง เมียบ่นมากๆเดี๋ยวเหนื่อยก็หยุดไปเองแหละ"
๓๘
ขำขันวันละเรื่อง “นรกมีจริง”

บนรถสองแถว หัวถนน-สนามกีฬา มีพระกับชีนั่งมาคนละฝั่ง กัน
ครั้นรถวิ่งเร็วลมพัดมาทางที่นั่งของพระจนจีวรเปิดขึ้น แม่ชีเหลือบไปเห็นเข้าก็อุทานว่า
แม่ชี “เวรกรรมจริงๆ”
ทันใดนั้นลมก็พัดมาทางแม่ชีจนผ้าถุงเปิด พระเห็นเข้าก็อุทานว่า
พระ “มันนรกชัดๆ”
พอรถจอดให้ลงที่หน้าวัด แม่ชีเดินเข้ามาใกล้พระแล้วกระซิบว่า
แม่ชี “หลวงพี่ไม่คิดจะเอาเวรกรรมลงนรกบ้างเหรอ”
พระ “หลวงพี่ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะเอาเวรกรรมฝากขังใน
นรกสักสองสามคืน”
 
๓๙
ขำขันวันละเรื่อง
“แฟนฟุตบอลพันธุ์แท้”
พิธีกรปัญญา คำถาม ที่1 คุณสุภาพสตรีครับ
                 “กลัวการมีเซ็กซ์กับนักฟุตบอลคนไหนมากที่สุดครับ”

แฟนพันธุ์แท้คนที่ 1 “ หนูกลัวทุกคนในทีมอาร์เซนอล”
พิธีกรปัญญา “ทำไมล่ะ”
แฟนพันธุ์แท้คนที่ 1 “ ก็ฉายาไอ้ปืนใหญ๋นี่ค่ะ”
พิธีกรปัญญา “ถึงคิวคนที่สองตอบแล้วครับ”
แฟนพันธุ์แท้คนที่ 2 “ หนูกลัวการมีเซ็กซ์กับพี่ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
มากที่สุดค่ะ”

พิธีกรปัญญา “นี่หละแฟนพันธุ์ฟุลบอลไทย แต่เอ๊ กลัวซิโกทำไมหรือ?”
แฟนพันธุ์แท้คนที่ 2 “ ก็แหม พี่ซิโก้เวลายิงประตูเสร็จ พี่เค้าชอบตีลังกานี่ค่ะ
อุ้ยอย่างงี้ ก็ป่นปี้หมดค่ะ”
๔๐
ขำขันวันละเรื่อง
“อาหมวยลาออก"
       อาหมวย ทำงานอยู่โรงงานทำแปรงขัดส้วม มาตั้งแต่อาบุ 7 ขวบ        
จนกระทั่ง เดี่ยวนี่อายุ 20 กว่าปีแล้วอาหมวยไม่อยากทำงาน
       โรงงานนี้แล้ว จึงขอลาออกกับอาแป๊ะผู้จัดการ
ผู้จัดการ: “อาแป๊ะเสียลายฝีมือของเจ้า ทำไมลื้อถึงอยากลาออกล่ะ”
       อาหมวยกระมิดกระเมี้ยนไม่ยอมบอก
ผู้จัดการ: “ลื้อไม่สบายใจเรื่องอะไรบอกฮั้วซิ”
อาหมวย: “ก็ล้าย ก็ล้าย”
      อาหมวยตัดสินใจถอดกางเกงให้อาแป๊ะดู
อาหมวย: “แป๊ะลูซิอั๊วอยู่มานานจนขนแปรงมาติดที่นี่ของอั๊ว
ไม่ยอมหลุดออกทีเดียว อั๊วทนไม่ไหวแล้ว”

      อาแป๊ะเห็นดังนั้นก็ถอดกางเกงแพรออกให้อาหมวยดู
ผู้จัดการ :“ ลื้อไม่ต้องกลัว ดูของอั๊วซี”
อาหมวยถึงกับอุทาน: “ไอ้หยา ของเถ้าแก่น่ากลัวกว่า มีด้ามแปรงติดมาด้วย”
๔๑
ขำขันวันละเรื่อง
“อยากได้ไอ้นั่น"
วันหนึ่งแม่พาลูกสาววัย 5 ขวบไปเที่ยวงานจัดนิทรรศการแห่งหนึ่ง
ที่นั่นมีรูปปั้น(หุ่น)ผู้ชายไม่ไส่เสื้อผ้าเปลือยเห็นหมดทุกอย่าง
พอลูกสาวเห็นรูปปั้นก็บอกกับคุณแม่ว่า
ลูกสาว :: แม่ขาหนูอยากได้ไอ้นั้นจังเลย ทำอย่างไรจึงจะได้ค่ะคุณแม่
พร้อมทั้งชี้มือไปรูปอวัยวะเพศชาย
ม่ ::หนูต้องทำตัวดี ประพฤติดี ว่าง่าย สอนง่าย หนูก็จะได้เองนั้นแหละจ๊า
ลูกสาว :: ถ้าหนูซุกชน ดื้อรั้น เที่ยวเตร่ ก็ไม่มีโอกาสได้เลยซิค่ะคุณแม่
คุณแม่ถึงกับอึ้ง ไม่รู้จะตอบอะไรกับลูกอย่างไร พอคิดได้ก็ตอบลุกไปว่า
แม่.... ถ้าหนูทำตัวดื้อรั้น เที่ยวเตร่ อย่างนั้นหนูก็จะได้หลายๆๆอัน.......
.........

โดยลุงบุร บ้านทัพเซียม
๔๒
ขำขันวันละเรื่อง “ห้าบาทจากพ่อหลวง”

เหตุเกิด ณ วัดนิคมคีรีศรีธรรมราช เช้าวันเสาร์ หลวงพ่อกลับจากบิณฑบาตเห็นเด็กผู้หญิงน้อยปีนป่ายขึ้นไป
เก็บเงาะที่ลานหน้าวัน
พ่อหลวง : “ลูกสาวลงมานี่ เอาไป100 บาท ซื้อกางเกงในใส่เสียด้วย พระจะได้ไม่บาป”
เด็กหญิงน้อยได้เงินไป 100 บาท ก็รีบกลับไปบอกแม่
เด็กหญิงน้อย : “แม่ ๆ ๆ ตอนที่น้อยปีนต้นเงาะ หลวงพ่อเรียก
ลงมาให้เงินน้อย 100 บาท และบอกให้แม่พาไปซื้อกางเกงใน”
เช้าวันรุ่งขึ้น แม่ของน้อจึงไปปีน ต้นเงาะโดยไม่นุ่งกางเกงในบ้าง
พ่อหลวง : “ โยม ลงมาๆ ทำอย่างนี้พระบาปนะโยม เอาเหรียญ 5 ไป”
ผู้เป็นแม่ : “ พ่อหลวงทำไมให้ ฉันแค่นี้ ทีเมือวานให้ลูกน้อยไปตั้ง 100 บาท”
พ่อหลวง : เอาไปเถอะโยม ซื้อมีดโกนซะ ใบละ 2 บาทซัก 2 ใบ มันรกมากนะโยม“
๔๓
ขำขันวันละเรื่อง “เพลงชาติของเตี่ย”

เถ้าแก่ห้างทองเป็นห่วงเป็นใยลูกสาวคนเดียวของเขา ในวันแต่งงาน ก่อนส่งเจ้าสาวเข้าหอ
เถ้าแก่ : “อีหลูเอ้ย ถ้าถ้าลื้อเจ็บ ลื้อล้องลังๆ เตี่ยจะเข้าไปช่วย”
อาหมวย : “ ถ้าไม่เจ็บล่ะเตี่ย"
เถ้า แก่ : “ถ้าลื้อมีควมสุขลื้อล้องเพ็งซาติก็ล้าย”
เถ้าแก่นอนเฝ้าหน้าห้องอย่างเป็นห่วงทั้งคืน ไดยินเสียงลูกสาวร้องเรียกเตี่ย ครั้งหนึ่ง แต่ร้องเบาๆเป็นทำนองเพลงชาติ “เตีย เตี่ย เตี๊ย เตี่ย เตีย ๆๆๆ………” แล้วก็เงียบหายไป
รุ่งเช้าพอลูกสาวออกจากห้องเถ้าแกก็รีบเข้าไปถามทันที
เถ้าแก : “ อั้วให้ลื้อส่งสัญญาณออกมา ทำไมอั้วไม่ล้ายยิงเลยทั้งคืน”
อาหมวย : “แหม! ก็เตี่ยเคยสอนหนูตั้งแต่เด็กๆ ไม่ใช่หรือว่า ถ้ามีอะไรอยู่ในปากห้ามพูด”
๔๔ 
ขำขันวันละเรื่อง “ก็เพราะพ่อจนไงลูก”

            ที่ชายหาดแห่งหนึ่ง ของสมาคมอาบแดดแห่งเกาะภูเก็ต มีกฎกติกา             ห้ามชายหญิงทุกเพศทุกวัย สวมใส่เสื้อผ้าหากฝ่าฝืนปรับยึดทรัพย์
            อีกต่างหาก ครอบครัวไทย พ่อ แม่ ลูก สามคนกำลังเดินเทียว                    ลูกชายเห็นของฝรั่งใหญ่ๆทั้งนั่น
      ลูกชาย    : “พ่อ พ่อ ทำไม ไอ้นั่นของพ่อจึงเล็กล่ะ”
      พ่อ        : “ ก็เพราะพ่อมันจนสิลูกถึงได้เล็ก”
            เมื่อกลับที่พัก พ่อก็ไปเดินซื้อหาสิ่งของมารับประทาน                           กลับมาถึงเห็นลูกชายนั่งอยู่คนเดียวจึงร้องถามด้วยความแปลกใจ
       พ่อ       : “ อ้าวไอ้หนู แม่ไปไหนแล้วล่ะลูก”
       ลูกชาย   :“ เมื่อกี้มีชายคนหนึ่งมาคุยกับแม่ ตอนแรกที่เห็นเขาก็จน
                     เหมือนกับพ่อนี่แหละ “

        พ่อ      :“นี้ไอ้หนู พ่อถามว่าแม่มึงไปไหน”
       ลูกชาย   :“ทีแรกมาจนเหมือนพ่อ พอสักครู่ คนนั้นก็ รวยขึ้น รวยขึ้นๆๆ                    แล้วชวนแม่เดินไปทางบังกะโลนู้นแน่ะ …”
๔๕ 
ขำขันวันละเรื่อง “สงครามถล่มอิรัก”

มิสเตอร์เจมส์คื่อทหารสหรัฐที่ได้รับบาดเจ็บและส่งตัวเข้ารับการรักษาพยาบาล
โดยการควบคุม
ของกองกำลังอิรัก แต่ด้วยความโชคดีหรือโชคร้ายมิทราบได้ มิสเตอร์เจมส์ได
้พบพยาบาลที่ฝักใฝ่ข้างสหรัฐ
    มิสเตอร์เจมส์ : “ ก่อนผมจะสิ้นลมหายใจช่วยหาภาพถ่ายของประธานาธิบดี บู๊ต จูเนี่ย
ให้ดูก่อนตายหน่อยครับ”

   พยาบาล “ภาพถ่ายของบุคคลสำคัญฝ่ายครงข้าม ไมสามารถเล็ดลอดมาได้หรอกค่ะ”
    มิสเตอร์เจมส์ : “ผมคงตาย โดยไม่ได้เห็นแม้กระทั่งภาพผู้นำเลยเหรอนี้”
    พยาบาล : “ จู๊ ๆ อย่าเอะไป ดิฉันมีรอยสักจะให้ดู เอามั๊ย”
    มิสเตอร์เจมส์ : “ดูสิขอให้เป็นสัญลักษณ์ก็ยังดี ไหนล่ะอยากดูแล้ว “
   พยาบาล : “ต้องรูดม่าน ลงกลอนหน้าต่างก่อน หากใครมาเห็น ดิฉันคงถูกประหารแน่ๆ”
ด้วยความรับผิดชอบและความมีคุณธรรมของพยาบาลสาว เธอจึงถลกกระโปรง

ด้านขวาถึงโคนขาเพื่อจะให้ดูรอยสักของประธานาธิบดี บู๊ต จูเนี่ย
   มิสเตอร์เจมส์ : “โอ้ จ๊อส เยี่ยมมาก เราจะตายก็ไม่เสียดายชีวิต แต่ อนิจจัง                         ฉันยังต้องการดูภาพผู้เป็นพ่อของผู้นำ จะทำอย่างไรนี้”
   พยาบาล : “อย่าเอ็ดไป เดี่ยวมีให้ดู”
พยาบาลสาว เธอจึงถลกกระโปรงด้านซ้ายถึงโคนขาเพื่อจะให้ดูรอยสักของ
ประธานาธิบดี จ๊อส ดับเบิลยู บู๊ต
   มิสเตอร์เจมส์ : “โอ้ จ๊อส เยี่ยมมาก เห็นทีฉันจะรอดตายแน่แล้ว หากฉัน
                        ได้ดูรอยสักพร้อมกันทั้งพ่อและลูก”

พยาบาลสาวเธอจึงเข้าห้องน้ำถอดกางเกงในออกหมดแล้วขึ้นไปยืนบนเตียงคนไข้อีกครั้ง
   มิสเตอร์เจมส์ : “โอ้ จ๊อส ฉันต้องการจะดูเดี่ยวนี้เลยครับคุณพยาบาล”
พยยาบาลก็ไม่รอช้าถลกกระโปรงขึ้นพร้อมกัน เพื่อให้มิสเตอร์เจมส์ ได้เห็นชัดๆเต็มตา
   มิสเตอร์เจมส์ : “โอ้ จ๊อส นี่ซัดดัมฮุสเซนมายืนอยู่ตรงกลางด้วย เป็นลม”
มิสเตอร์เจมส์ ตายอย่างสงบ ถือเป็นการตายในสนามรบเช่นกัน
๔๖
ขำขันวันละเรื่อง “เด็กพาซื่อ”

ขณะรับประทานอาหาร ที่โต๊ะอาหาร เช้านี้มีเพียงแม่ลูกสองคน เพราะคุณพ่อรีบไปทำงานแต่เช้า
      ด.ช. มาโนช “คุณแม่ครับเมื่อคนตอนคุณแม่ไม่อยู่บ้านคุณพ่อพาสาวใช้
                    ขึ้นไปบนห้องด้วยหละ”

     คุณแม่ “ หยุดลูก! ห้ามพูดต่อ นี่มาโนชตอนกินอาหารเย็น เวลาที่พ่ออยู่ด้วย
               แม่ต้องการให้เล่าเรื่องนี้ทั้งหมด ต่อหน้าทุกคน”

พอถึงเวลาอาหารเย็นทุกคนต่างอยู่พร้อมหน้าที่โต๊ะอาหาร
     คุณแม่ “ มาโนช แม่ต้องการให้ลูกเล่าเรื่องที่ลูกเล่าให้แม่ฟังเมื่อเช้าให้
                   ทุกคนฟังอีกทีน่ะลูก”

      ด.ช. มาโนช “ เอ่อ…..เมื่อคืนนี้ ตอนคุณแม่ยังไม่กลับจากงานเลี่ยง                               พ่อพาสาวใช้ขึ้นไปบนห้องนอนด้วยครับ คงคิดว่าผมหลับแล้ว”
      คุณแม่ “ แล้วยังไงต่อล่ะลูก”
      ด.ช.มาโนช “ พ่อพาสาวใช้ขึ้นบนเตียงแล้วทำเช่นเดียวกับที่คุณแม่ทำ
                  กับคนสวนเมื่ออาทิตย์ที่แล้วตอนที่พ่อไม่อยู่ไงครับ”
๔๗
ขำขันวันละเรื่อง “ผู้กองทีเด็ด”

            ผู้กองวันชัย ได้รับคำสั่งให้นำกำลังกองปืนจากกองบัญชาการทหารสูงสุด             จำนวนร้อยนายไปตรึงสถานการณ์ หน้าสถานทูตพม่าประจำประเทศไทย             เนื่องจากนักศึกษาพม่าที่ลี้ภัยการเมืองมาก่อความไม่สงบขึ้นโดย
           ใช้กำลังปิดล้อมสถานทูตจนกระทั่งรุ่งเช้านักศึกษาพม่าใช้ยุทธวิธีเพื่อบุกเข้า
           ไปในสถานทูตพม่าให้จงได้ โดยใช้นักศึกษาหญิงเป็นหน่วยกู้ชาติแผงหน้า
            เกือบ 50 นาง ฝ่ายทหารก็ถือปืนพร้อมอาวุธอื่นครบมือ 

                 ผู้นำนักศึกษาพม่า: “หน่วยกล้าตายทั้งหมดเตรียมพร้อม …ปฏิบัติการ”
            นักศึกษาหญิงทุกคนที่นัดเตรียมไว้ ต่างถอดเสื้อผ้ากระโปรงออกหมด            แล้วเดินไปประชิดรั้วสถานทูตเตรียมจะพังเข้าไป
                จ่าสมชาย : “ผู้กองครับ จะทำยังไงให้ผมยิงขู่ไหมครับ”
                ผู้กองวันชัย “เอ้ย ไอ้โง่ “
                ผู้กองร้องดุลูกน้องเสียงสั่น : “ทหารทั้งหลาย เก็บปืนให้หมด ใช้มือเปล่า
                                                    กับกระบองประจำกายสู้โว้ย”

๔๘
ขำขันวันละเรื่อง “บวชหน้าไฟ”
            คธาชายนายหนึ่งชื่อครู ก. อายุประมาณ 39-40 มีอาชีพรับราชการครู      
     หลังจากบรรจุได้ 2 ปี ก็มีคู่ครอง จนครองคู่สามีภรรยามาเกือบ 20 ปี     
         ทั้งคู่ต่างระหองระแหง มีปากเสียงเรื่อยมา สาเหตุส่วนใหญ่ก็สามี
   กลับบ้านไม่ตรงเวลา
กลับมาทีไรก็เมาโซเซ่อนหน้าแอ่นหลังมาทุกที
    จนเป็นทีเอือมระอาของภรรยา ทั้งคู่อยู่กันอย่างไม่มีคววามสุข

             เป็นประจำทุกวันศุกร์แห่งชาต ต้นเดือนครู ก. ได้ไปเที่ยวหมอนวด
กับเพื่อนๆ หลังจากนวดเสร็จ ก็อ๊อฟหมอนวดพาไปกินข้าวต้ม แล้วนำเข้าโรงแรม
ม่านรูด 2-3 ชั่วโมงต่างก็พาหมอนวดมาส่ง ขณะนั่งมาในรถด้วยกัน หมอนวดของ ครูก. ก็เล่าให้เพื่อนๆครู ก.ฟัง ว่าเมื่อตะกี้ไม่ได้ทำอะไรกันเลย สงสัยคู่แฝดของครู ก. จะมรณัง เสียแล้ว
      เช้าวันจันทร์ ครูก. มาโรงเรียนผมเกรียน ทรง Skin head ผ.อ. ก็เรียกถาม
         ผ.อ.   "ครู ก. ทำไมโกนหัวมาล่ะ"
         ครู ก. " ผมบวชหน้าไฟให้ฝาแฝดผมครับ"
         ผ.อ.   " อ้าว...อยู่กันมาตั้งนานไม่เคยรู้ว่ามีฝาแฝด แล้วทำไมไม่บอกเพื่อนครู
                   ให้ไปงานศพด้วยล่ะ"

        ครู ก. "ฝาแฝดมา มันตามาหลายทีแล้วละ บางทีมันก็เป็นขึ้นมาอีก รอบนี้คงนาน
                  เลยบวชให้สักครั้ง"
       ผ. อ. " ที่แท้ ฝาแฝดของแก คือไอ้นกเขารึป่าว อ๋อนั้นแหละที่ครูหลายคนบ่นมาว่า
                 เวลาครูก. ไปนั่งใกล้ใครเขายังสงสัยว่าเหม็นนกตาย
ที่ไหน"
   ๔๙
ขำขันวันละเรื่อง “ทำคุณบูชาโทษ”
            เหตุเกิด ณ.สถานพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี     
     หลังจากทางโรงพยาบาลรับผู้ป่วยในไว้เป็นจำนวนมากมีพยาบาลดูแล    
     ไม่ทั่วถึง จึงเกิดเหตุอันไม่คาดคิดที่ตึกจิตเวช3
           ผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้เรียกคนไข้ที่ได้ช่วยชีวิตเพื่อนผู้ป่วย
     จากการฆ่าตัวตายในอ่างอาบน้ำ เข้ามาพบ ผ.อ.

        ผู้อำนวยการ    "คุณสมพร คุณพร้อมหรือยัง   ผมจะให้คุณ
                            ได้กลับบ้านแล้ว
คุณเป็นปกติแล้ว"
         สมพร . " ผมพร้อมแล้วครับท่านผ.อ. ครับ"
         ผู้อำนวยการ  " อ้าว...พยาบาลจัดเตรียมรถข้าวของแล้วโทรหาญาติ
                              คุณสมพรให้มารับตัวเขากลับได้แล้ววันนี้เลย"

        พยาบาล "ท่านผ.อ. ขา นายสมคิด ที่คุณสมพรช่วยไว้เมื่อเช้าผูก
                      คอตายที่ห้องของคุณสมพรเสียแล้วล่ะคะ "

       สมพร    " อ๋อ ....สมคิดเขาไม่ได้ฆ่าตัวตายหรอกครับ ผมเป็นคนจับ
                     จับเขาแขวนให้แห้งเองละครับ
"
๕๐
ขำขันวันละเรื่อง “คำสารภาพก่อนตาย ”

            เหตุเกิด ณ.หมู่บ้านแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราช    
           หลังจากทางโรงพยาบาลให้ญาตผู้ป่วยรับผู้ป่วยไปรักษาตัวที่บ้าน
           โดยคณะแพทย์ลงความเห็นว่าไม่สามารถรักษาชีวิตผู้ป่วยรายนี้ได้
           โดยไม่ทราบสาเหตุ

        แพทย์    "คุณพยาบาลไปตามญาติผู้ป่วยที่ชื่อ สมเกียรติ์ มาพบหน่อย"
       พยาบาล   " คุณหมอคะ ภรรยาผู้ป่วยที่ชื่อสมเกียรติ์มาแล้วค่ะ"
       แพทย์  " คุณหมอ จะบอกคุณว่า ให้คุณรับสามีคุณไปปฐมพยาบาลต่อที่บ้าน
       เนื่องจากทางโรงพยาบาล ไม่สามารถวววินิจฉัยสาเหตุการป่วยของสามีคุณได้เลย "

         หลังจากที่คุณอรวี นำสามีกลับมาบ้าน อาการของคุณสมเกียรก็เริ่มทรุดหนัก
       สมเกียรติ์   " ผมคงตายตาไม่หลับ ถ้าไม่ได้สารภาพความจริงกับคุณ คือผมโกหก
                       คุณมาตลอด ทุกคืนที่ผมบอกว่าผมทำงานดึก จริงๆแล้วผมอยู่กับ
                       ผู้หญิงคนอื่น แล้วก้ไม่ใช่แค่คนเดียวด้วย ผมมีผู้หญิงอีกหลายคน
"
       อรวี  มองหน้าสามีอย่างสงบก่อนจะพูดว่า " แล้วคุณคิดว่าฉันวางยาพิษคุณ
              เพราะอะไรล่ะ"  
๕๑
ขำขันวันละเรื่อง **ขโมยเลื่อนชั้น**

ด.ช.แซม เมื่ออายุ 7 ขวบ พ่อนำเข้าเรียนชั้น ป. 1 โดยมีครูบุญช่วยเป็นครูประจำชั้น
วันหนึ่งครูบุญช่วยสอนคณิตศาสตร์ สอนเท่าไร ด.ช. แซมก็นับเลขไม่ถูก ครูบุญช่วยโมโหมาก
ก็ให้นับปากกาที่วางบนโต๊ะซึ่งมีทั้งหมด 5 ด้าม ด.ช. แซม นับ 3 รอบแล้วตอบครูว่า
ด.ช. แซม : ครูครับปากกาที่วางบนโต๊ะครูมี 4 ด้ามครับ จนใน
ที่สุด ด.ช. แซมสอบตกชั้น ป. 1 ถึง 3 ปี พอปีที่ 3 มีครู มารวยมาสอน
ซึ่งครูมารวยชอบนั่งหลับในห้องเรียนตอนบ่าย ๆ เป็นประจำ ด.ช. แซมก็บ่นกับเพื่อน ๆ ว่า "สักวันเถอะ
ถ้าขืนครูหลับบ่อย ๆ นะฉันจะขโมยไปเรียนชั้น ป.2 ให้ได้.....ไม่คอยดู"

เล่าโดย คุณครูเพ็ญศรี รร.สามัคีธรรม

๕๒
ขำขันวันละเรื่อง
**ผมไม่ได้โง่**
           
      เหตุเกิด ณ. โรงเรียนวัดพังสิงห์ เมื่อปลายปีการศึกษา 2547 นี่เอง
  ขณะจัดกิจกรรมการเรียนการสอน วิชาคณิตศาสตร์ ในคาบที่ 3 ก่อนพัก
  กลางวัน ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด 10 ข้อ

       คุณครู   :   "ใครทำแบบฝึกหัดเสร็จก่อนเสร็จก่อนจะได้พักก่อน"
    สมเกียรติ์ สมศักดิ์ สมศรี ฯลฯ : ผมเสร็จแล้วครับ หนูเสร็จแล้วค่ะ
        คุณครู   : 
"ใครเสร็จก็ไปพักได้เลย ยกเว้น สมพรหัวหน้าคนเก่ง
                      ต้องช่วยเหลือครู ก่อนน่ะ"
       สมพร    :  ครับคุณครู
     หลักจากทุกคนไปพักหมดแล้ว สมพรก็เดินกลับไปรับประทานอาหารที่บ้าน
    เป็นประจำตามปกติ พอไปถึงบ้าน พ่อ และ แม่ของสมพรก็ถาม ว่า

    พ่อและแม่  : "เป็นไงสมพรวันนี้มาพักเที่ยงช้าล่ะลูก"
      สมพร    :  วันนี้ครูให้พักพร้อมเด็กโง่ครับ"
    พ่อและแม่  :  หัวเราะ ฮา ฮา ๆๆๆ
      สมพรถึงกับร้องไห ้แล้วจึงเล่าเหตุการณ์ให้พ่อแม่เข้าใจ
    พ่อและแม่  :  โถ..นึกว่าว่าลูกเรา.........
    หลังจากพักกลางวันแล้ว ในคาบที่ 4 คุณครู วันรวย เข้าสอนวิชาคอมพิวเตอร์
    ครูวันรวย :  ในเรียนในห้องนี่ทุกคนใครคิดว่าตัวเองโง่บ้างโปรดยืนขึ้น
    ปรากฏว่าทุกคนนั่งกันเงียบมีเพียงสมพรคนเดียวเท่านั้นทลุกขึ้นี่ยืน
    ครูวันรวย : "สมพรเธอคิดว่าตัวเองโง่เหรอ"  
      สมพร   :  "เปล่าครับ แต่ผมไม่อยากให้ครูครูยืนคนเดียวไงครับ"
๕๓
ขำขันวันละเรื่อง
**เมียผมหาย(เมียขี้หึง)**

            ลุงต้อย ชายวัยกลางคนกำลังเดินช๊อปปิ้งในห้างคาร์ฟู ที่กำลังเปิดใหม่
ใจกลางเมืองนครศรีธรรมราช  ลุงต้อยเดินไปหาสาวห้างคนหนึ่งในห้าง
           ลุงต้อย  "นี่คนสวย ขอโทษครับ ผมเดินหลงทางกับภรรยาผมในห้าง
                      คุณช่วยยืนกับผมสักสองสามนาทีได้ไหมครับ"

          สาวห้าง  " ทำไมละค่ะคุณลุง"
          ลุงต้อย   " ก็ทุกครั้งที่ผมยืนคุยกับคนสวยๆ ภรรยาผมเค้าจะโผล่มา
                       ทันทีล่ะหนู "
๕๔
ขำขันวันละเรื่อง
**หนูไม่ได้ทำ**

            เรื่องนี้เกิดขึ้น ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง..........ในจังหวัดกระบี่
เด็กหญิงหุสนา เดินร้องไห้กลับจากโรงเรียน
       คุณแม่
    " หนูนาลูกเป็นอะไรจ๊ะถึงเดินร้องไห้กลับมา"
     หุสนา      " คุณแม่ขา วันนี้หนูถูกทำโทษ จากสิ่งที่หนูไม่ได้ทำค่ะ
      คุณแม่    " เอ๊ะเป็นไปได้ยังไง พรุ่งนี้แม่ต้องไปจัดการฟ้องเรื่องนี้"
                  ให้ผ.อ.ทราบ ว่าคุณครูทำโทษหนู แต่เรื่องที่หนูบอกแม่
                  ว่าหนูไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำอะไรละลูก "
     หุสนา      " คุณแม่ขา การบ้านค่ะ"
๕๕
ขำขันวันละเรื่อง*จดหมายจากแม่*

ถึง ลูกรัก
จดหมายฉบับนี้แม่ต้องขอโทษลูกจริงๆที่แม่คงไม่สามารถ
เขียนให้แกอ่านจบพอดีกับที่แม่เขียนจบได้ เพราะคราวนี้น้องสาวแกใช้พิมพ์ดีดพิมพ์ให้
แกจะได้อ่านได้สะดวก แต่แม่เห็นน้องแกพิมพ์ช้าเหลือเกินแม่พยายามถาม น้องแกก้อบอกว่า
" กำลังพิมพ์ตัวบรรจงอยู่ " แม่ก้อเลยเข้าใจแล้วว่า พิมพ์ดีดถ้าไม่พิมพ์ตัวบรรจงมันจะไม่ค่อยสวยน่ะ
น้องแกนี่ก้อฉลาดดีเหมือนกันนะอีกเรื่องที่แม่ต้องเสียใจกับแกก็เรื่องหลานแกนั่นแหละ
มันดันเกิดมาเป็นผู้ชาย แกก็เลยต้องเป็นลุงเหมือนเพื่อนแก แต่แม่ว่าแม่ยิ่งกว่าแกนะ
เพราะตอนแรกแม่กะว่าคงได้เป็นยายคนซักที แต่นี่แม่ต้องมาเป็นตาแทน เฮ้อ...แม่น่ะเศร้ากว่าแกอีก
เกือบสุดท้ายแล้วเห็นแกบ่นว่าที่บ้านแกไม่ค่อยมีนาฬิกาดู แม่เลยซื้อส่งไปให้แก
แล้วป้าแกก็ฉลาดเหมือนเดิม เขาบอกว่าถ้าส่งถ่านไปด้วยมันจะแพงป้าแกเลยถอดถ่านออก
แต่ป้าแกก็รอบคอบนะกลัวว่าแกจะซื้อไม่ถูก เขาเลยส่งถ่านแบบเดียวกันนี้ไปให้แกอีกสองโหลน่ะ
อีกเรื่องคือแม่ทำที่อยู่แกหาย จดหมายฉบับนี้แม่เลยส่งไปที่สี่แยกไฟแดงหน้าบ้านแกแทน
ถ้าแกตอบมาก็ส่งที่อยู่มาให้แม่ใหม่ด้วยนะ

รัก

จาก แม่
ปล.ลืมบอกไปว่าตอนนี้ 17.59 น. แล้ว ถ้าแกได้รับนาฬิกาก็ตั้งให้ตรงด้วยนะ
แล้วพอ 18.00 ก็อย่าลืมเคารพธงชาติล่ะ
เล่าโดย**ฝนพรำ**

๕๖
ขำขันวันละเรื่อง **อิ่มไปสามวัน**

หนุ่มชาวบ้านคนหนึ่งสมมุตินามตามท้องเรื่องว่าชื่อแซมสั้นเข้ากรุงเทพ
เพือมาตามเมียรักซึ่งหนีตามคนขับรถตุ๊กๆ เดินหาจนอ่อนใจก็ยังไม่เจอ หิวก็หิว
ก็เลยเดินเข้าไปในร้านอาหาร มองดูแล้วมันน่ากินไปซะทั้งหมด แต่จนใจไม่รู้ว่าจะสั่งอะไร เพราะไม่รู้จักชื่ออาหาร ก็เดินเข้าไป
พนักงาน"จะทานไรดีคะ"
แซมสั้น"เดี๋ยวครับ"
พนักงาน"เร็วๆซิคะคนเข้ามาเต็มแล้วจะต้องไปบริการคนอื่นอีก"
แซมสั้นให้จนใจจริงๆ เมนูก็อ่านไม่ออก ก็บอกว่า อะไรก็ได้ที่กินแล้วอิ่มมา 1 จาน
พนักงานก็เอาข้าวผัดรวมมิตรมาให้1 จาน ทานเข้าไปแล้วแต่ยังไม่อิ่มก็คิดว่าน่าจะสั่งอย่างอื่นมาทานบ้าง พอดีได้ยินลูกค้าที่นั่งอยู่ช้างๆสั่งไปว่า "เอาเหมือนเดิม 1 จาน" แซมสั้นคิดว่าเออน่าจะเป็นชื่ออาหารเเลยตะโกนสั่งว่า "เอาเหมือนเดิม 1 จาน " ผลก็คือข้าวผัดรวมมิตรอีก 1 จาน แซมสั้นทานไปก็มีน้ำโหไป คิดว่าเดี๋ยวจะต้องกินอีกสักอย่างให้ได้แน่เลย ทานเสร็จคิดว่าจะสั่งอะไรดีที่ไม่ใช่ข้าวผัดรวมมิตร ก็บังเอิญอีกแหละ ได้ยินลูกค้าที่นั่งอยู่ข้างๆ สั่งอีก "เอาอย่างตะกี้ 1 จาน" แซมสั้นคิดว่าคราวนี้แน่แล้วต้องเป็นชื่ออาหารญี่ปุ่น ก็สั่งบ้าง "เอาอย่างตะกี้ 1 จาน"
ผลก็คือ ข้าวผัดรวมมิตรอีก1 แซมสั้นโมโหมาก "อะไรวะ เหมือนเดิมก็เข้าวผัด อย่างตะกี้ก็ข้าวผัด"ก็ทำท่าจะลุกขึ้นเพื่ออาละวาด พอดีพนักงานหันมาเห็นก็เลยถามว่า "จะรับอะไรอีกคะ" แซมสั้นก็ตอบส่งไปด้วยความโมโหว่า "น้ำชาสิ "(ตอนนี้เน้นเสียงสูงที่คำว่าสินะคะ) ผลก็คือพนักงานเอาน้ำชามาให้อีกสี่แก้ว
เล่าโดย**ฝนพรำ**  

๕๗
ขำขันวันละเรื่อง*เสียเท่าไหร่*
         อาร์มเด็กหนุ่มลูกชายคนเดี่ยวของลุงกิ้ม เพิ่งจบการศึกษา ระดับปริญญาตรี เข้าทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่
         หลังจากที่อาร์มทำงานครบ 2 ปี อยู่มาวันหนึ่ง เขาได้พบกับเก๋ลูกสาว
เจ้าของบริษัท ทั้งคู่ เกิดชอบพอกัน
          เก๋  "พี่อาร์มค่ะ เมื่อไหร่พี่จะให้พ่อแม่ ของพี่มาทำการสู่ขอ"
         อาร์ม "ก็พี่คิดว่า เสาร์นี้พี่กลับบ้าน
จะไปบอกเรื่องของเราให้พ่อ-แม่
ทราบ แล้วจะได้นัดวันมาสู่ขอ น้องไงล่ะ"

         เมื่ออาร์มกลับมาถึงบ้านได้เล่าเรื่องต่างๆให้แม่ฟัง เพราะคุณพ่อไม่อยู่บ้าน
แม่รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้วทั้งหมด พอตอนเย็นลุงกิ้ม พ่อของอาร์มกลับมา
ขณะที่ทั้งหมดนั่งทานข้าวร่วมกันที่โต๊ะอาหารในครัว

         คุณแม่ "นี่พ่อ ลูกกลับจะปรึกษาเรื่องการไปสู่ขอลูกสาวเจ้าของบริษัท
                   ที่เขาทำงาน"

         ลุงกิ้ม "ดี ๆๆๆ ลูกพ่อ คราวนี่พ่อจะได้เป็นดองกับเถ้าแก่ เมืองหาดใหญ่
                  อ้าว แล้วนี่ ลูกได้ถามเรื่องสินสอด ทองหมั่นบ้างยังละลูก"

         อาร์ม "ยังครับพ่อ ยังไม่ได้คุยถึงเรื่องนี้กันเลย แล้วสมัยพ่อล่ะ ไปแต่งงาน
                 พ่อต้องเสียไปเท่าไหร่ครับ"

         ลุงกิ้ม " พ่อไม่รู้หรอก จำไม่ได้ รู้แต่ว่าตอนนี้พ่อยังเสียอยู่"

๕๘
ขำขันวันละเรื่อง*เรื่องของลุงกิ้ม*

คุณเคยเจอ คุณลุงคนนี้ มั้ย
ลุงกิ้มไง
เรื่องที่ 1
รู้มั้ยว่าทำไม คุณลุง ถึงพาเพื่อนแห่กันไปดูหนังทีละ 18 คน...
ก็เพราะโรงเขาประกาศไว้ว่า ต่ำกว่า 18 ห้ามเข้า น่ะสิ(!!)
เรื่องที่ 2
คุณลุงไปร้านขายทีวี ถามคนขายว่า "ไม่ทราบว่าที่นี่มีทีวีสีขายรึเปล่า"
คนขายตอบว่า "มี" คุณลุงเลยบอกว่า "งั้นเอาสีเขียวมาเครื่องนึง" (!!)
เรื่องที่ 3
คุณลุงเข้าไปเดินดูของในร้าน เห็นกระติกน้ำทำจากโลหะอันหนึ่งวางอยู่
่แล้วถามคนขายว่าว่า " ไอ้ที่วอบแวบสีเงินๆ นั่นอะไร"
คนขายตอบว่า "กระติกน้ำไง" "แล้วมันทำอะไรได้มั่ง"
"ก็ใส่ของร้อนก็ร้อนนาน ใส่ของเย็นก็เย็นนาน"
คุณลุงเห็นว่าน่าสนใจ เลยตกลงซื้อมาอันนึง
วันรุ่งขึ้น คุณลุงก็เอากระติกน้ำที่เพิ่งซื้อมาไปที่ทำงาน
ตั้งอวดบนโต๊ะอย่างภาคภูมิ
หัวหน้าคุณลุงเห็นเข้าเลยถามขึ้น "อะไรนั่นน่ะ"
"กระติกน้ำครับ" "แล้วมันมีอะไรพิเศษรึ"
"ก็ใส่ของร้อน ก็เก็บความร้อนได้ หรือใส่ของเย็น ก็เก็บความเย็นได้"
หัวหน้าเลยถามว่า "แล้วใส่อะไรมาล่ะ" คุณลุงยืดก่อนจะตอบว่า
"กาแฟร้อน 2 แก้ว กับไอติม 1 ถ้วยครับ" (!!)
 
เล่าโดย**ฝนพรำ**   
๕๙
ขำขันวัละเรื่อง "พรวิเศษ"              
           
        
  กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีกบวิเศษตนหนึ่ง
อาศัยอยู่ในป่าซึ่งเป็นป่าดงดิบลึกลับ
ยากที่จะมีมนุษย์หรือสัตว์ชนิดใดเดินทางไปถึง
แต่แล้ววันหนึ่งกบวิเศษได้ยินเสียงสัตว์สองชนิดวิ่งไล่กวดกันมาอย่างเอาเป็นเอาตาย
ที่แท้มันคือหมีตัวใหญ่กำลังไล่ล่ากระต่ายเจ้าเล่ห์เพื่อนำไปทำดินเนอร์มื้อเย็น
กบวิเศษเรียกให้สัตว์ทั้งสองหยุดตอบข้อซักถามเพราะตลอดชีวิต
ของมันไม่เคยพบหมีและกระต่ายวิ่งไล่กันมาก่อน
"เจ้าทั้งสองวิ่งกวดกันแทบเป็นแทบตายเพราะเหตุใดหรือ" กบถาม
"มันจะจับข้าทำอาหาร" กระต่ายตอบลิ้นห้อยด้วยความเหนื่อย
"อ๋อ เป็นเช่นนี้เอง เอาเถอะ อย่าทำร้ายซึ่งกันและกันเลย เราจะให้พรวิเศษเจ้าตัวละ 3 ข้อ
หวังว่าคงจะช่วยลดความขัดแย้งลงได้"
ทั้งหมีและกระต่ายรับคำด้วยความยินดี เจ้าหมีเป็นฝ่ายขอพรก่อน
มันคิดอยู่เป็นนาที จึงกล่าวว่า
"ข้าอยากให้หมีทั้งหมดป่าแห่งนี้ยกเว้นตัวข้าเป็นตัวเมียทั้งสิ้น"
กล่าวเสร็จมันพลันตัวสั่นขนพองด้วยความสยิว
กลิ่นสาบสาวจากหมีตัวเมียฟุ้งไปทั่วป่า
กระต่ายผู้น่าสงสารของเพียงหมวกกันน็อกหนึ่งใบ
"เจ้ากระต่ายปัญญาอ่อนหน้าโง่ ถ้ามันขอเงินสักพันล้านมันสามารถซื้อหมวกกันน็อกได้หลายล้านใบ
แต่ช่างเถอะ ไม่ใช่ธุระอะไรของเรา"
เจ้าหมีบ้าเซ็กซ์ขอพรข้อสอง มันคิดอยู่นานสามนาทีก่อนจะกล่าวว่า
"ข้าปรารถนาให้หมีทุกตัวในป่าถัดไปกลายเป็นตัวเมียทั้งสิ้น"
กล่าวเสร็จตัวมันพลันน้ำลายไหลด้วยความสยิว
หมีตัวเมียเพิ่มอีกนับร้อยตัว มันจะตั้งฮาเร็มหมี
กระต่ายน้อยขอมอเตอร์ไซต์หนึ่งคัน
เมื่อได้สมปรารถนามันก็สวมหมวกกันน็อก ขึ้นคร่อมและสตาร์ทรถทันที
หมีใหญ่ขอพรข้อสุดท้าย "ข้าปรารถนาให้หมีทุกตัวในโลก ยกเว้นตัวข้า
กลายเป็นหมีตัวเมียทั้งสิ้น " โอ .. มันแทบจะรอไม่ไหวแล้ว
แต่แล้วมันถึงกับช็อค เมื่อได้ยินกระต่ายน้อยขอพรข้อที่สาม
ก่อนบึ่งรถหนีไป "ข้าขอให้เจ้าหมีตัวนี้เป็นเกย์"
๖๐
ขำขันวันละเรื่อง*เรื่องของลุงกิ้ม

เรื่องที่ 9. หลังจากใช้ความพยายาม ต่อจิ๊กซอว์อยู่นานในที่สุดคุณลุงก็ต่อเสร็จ
เขาเอาไปอวดเพื่อนด้วยความภูมิใจ "เป็นไง เนี่ยฉันใช้เวลาต่อแค่ 5 เดือนเองนะโว้ย"
เพื่อนคุณลุงงงที่เขากล้าอวด " 5 เดือนเหรอ ! แถวบ้านฉันเรียกว่าโคตรนานเลยนะนั่น"
"แกนี่ไม่รู้อะไร" คุณลุงไม่ยอมลดละ "ดูที่กล่องนี่ เห็นมั้ย มันบอกว่า
'สำหรับ 4 - 7 ปี 'แต่ฉันใช้เวลาแค่ 5 เดือนเอง"
#( For 4-7 years) หมายถึงสำหรับเด็กอายุ 4 ถึง 7 ปีย่ะ

๖๑
ขำขันวันละเรื่อง
"ไม่เคยเรียนเหรอ"                    
          
หลังกลับจากโรงเรียนวันแรก พ่อถามลูกชายอย่างสนใจ
    พ่อ   "วันนี้ทำอะไรที่โรงเรียนบ้าง ลูก"
    ลูก    "ก็ไม่มีอะไรนี่ฮ่ะ"
   พ่อ    "แล้วเรื่องเรียน ตัวเลข เรื่องสี  มีเรียนอะไรบ้างล่ะ"
          ลูกชายมองหน้าพ่องงๆ
   ลูก    "ตอนเด็กๆพ่อไม่เคยไปโรงเรียนเหรอฮะ"
๖๒
ขำขันวันละเรื่อง "เอาคืนมั่ง"

หลังจากมานพลูกชายกำนันแต่งงานกับสารภีผู้ชนะการประกวดนางนพมาศ
เวลาที่ลูกชายไม่อยู่บ้าน ยอดคุณพ่อมักจะแอบไปล่อเล่นกับลูกสะใภ้

สารภี "พี่มานพขา วันนี้คุณพ่อพี่ แอบมาจับนมน้อง อีกแล้ว"
มานพ "สารภีหลับฝันไปรึป่าว" มานพไม่เชื่อคำที่ภรรยาฟ้อง
สารภี " พี่ไม่เชื่อก็ตามใจ แต่พ่อพี่ทุเรศสิ้นดี พอพี่ไม่อยู่ ชอบจับหน้าอก น้องเล่นทุกครั้ง"
วันหนึ่งหลังจากที่มานพลืมของกลับมาบ้านก็เห็นเข้ากับตาตัวเองจริงๆ
เขาจึงเข้าไปต่อว่า
มานพ "พ่อทำไมทำกับลูกสะใภ้พ่ออย่างนี้ล่ะ นั่นมันเมียลูกน่ะพ่อ "
พ่อ "ไอ้หนูเอ้ย ทีเมียพ่อเอ็ง ทั้งจับทั้งดูด พ่อยังไม่ว่าเลย นี่เมียเอ็งพ่อแค่จับอย่างเดียว
ไม่เคยได้ดูดเลย"

๖๓
ขำขันวันละเรื่อง
"ยิ้มแถมท้าย"                    
       
   เจอกันครั้งแรก
"พวกเธอรู้ไหมว่าวันนี้เราจะเรียนเรื่องอะไรกัน" อาจารย์ถาม
"ไม่รู้ครับ" นักเรียนทุกคนส่ายหัว
"พวกเธอนี่ไม่รู้จักเตรียมตัวมาเลยหรือนี่ ยังงั้นวันนี้งดสอน ครั้งหน้าทุกคนเตรียมตัวมาให้ดี"
ว่าแล้วอาจารย์ก็เดินออกจากห้องเรียนไป

เจอกันครั้งที่สอง
"พวกเธอรู้ไหมว่าวันนี้เราจะเรียนเรื่องอะไรกัน" อาจารย์ถามเหมือนเดิม
"รู้ครับ" นักเรียนตอบเป็นเสียงเดียวกัน
"ดีมาก" อาจารย์ยิ้มอย่างพอใจ "ถ้าทุกคนรู้แล้ว วันนี้งดสอน"
แล้วอาจารย์ก็ปล่อยให้นักเรียนงงอยู่ในห้อง

เจอกันครั้งที่สาม
"พวกเธอรู้ไหมว่าวันนี้เราจะเรียนเรื่องอะไรกัน" คำถามเดิมมาอีกแล้ว
"รู้ครับ" บางคนตอบ ในขณะที่บางคนที่ไม่แน่ใจกับสถามการณ์ตอบไปอีกทาง "ไม่รู้ครับ"
"ไหงเป็นงั้นล่ะ" อาจารย์ค้อน "เอางี้แล้วกัน... คนที่รู้บอกคนที่ไม่รู้ซะ... วันนี้งดสอน!!!"              
                     เล่าโดยครูอู่ตะเภา (สุราษฏร์ธาานี)

๖๔
ขำขันวันละเรื่อง......"สอนลูกผิดๆ"

มีครอบครัวหนึ่งมีลูกสาว 2 คน คนโต 18 คนเล็ก 5 ขวบ
ช่วงปิดเทอมพ่อแม่ก็พาลูกทั้ง 2 ไปเที่ยวพักผ่อน ในระหว่างนั่งรถไป
ด้วยกันลูกสาวคนเล็กก็บอกพ่อว่า
แน่งน้อย   :  
"พ่อขาเปิดกระจกรถเพื่อสูดอากาศหน่อยค่ะ" พอเปิดเสร็จลูกคนเล็กก็ยื่นหน้าออกไปนอกรถ(ซึ่งไม่ควรทำ)
พ่อหันมาเห็นเข้าก็ดุลูกว่า
พ่อ           :   "
อย่าทำอย่างนั้นเดี๋ยวรถจะเฉี่ยวเอาไปกิน"
แม่           :  "แม่สอนหลายครั้งแล้วนะว่าเวลานั่งรถอย่ายื่นหน้า
หรือแขนออกนอกรถ เดี๋ยวรถที่วิ่งสวนมาจะเฉี่ยวเอาไปกินซะ"

เจ้าตัวเล็กนั่งฟั่งพ่อพูดที แม่พูดทีแล้วก็ทำตาปริบ
พี่สาวเห็นก็ล้อน้องสาวว่า
พี่สาว     :   "สมน้ำหน้าโดนพ่อแม่ด่าเลย"
ผลก็คือโดนกำปั้นน้อยๆแบบเต็มๆ สักพักพ่อก็จอดรถเพื่อให้ลูกเข้าห้องน้ำ
เจ้าตัวเล็กกำลังอารมณ์ไม่ดีก็เปิดประตูลงจากรถปิดดังปัง
บ่นเสียงดังว่า
แน่งน้อย   :  "คนอะไรวะ กินได้ด้วย"
จบค่ะ เล่าโดยครูน้อยโรงเรียนวัดมวกเหล็กใน
๖๕
ขำขันวันละเรื่อง "พ่อเราใจดี"

    เหตุเกิดขึ้น ที่หน้าโรงเรียนอนุบาลจังหวัด แห่งหนึ่ง มีนักเรียนชาย สองคนคุยกันเมื่อรถติดไฟแดง
     สุวิทย์  :   "พ่อเราเป็นคนดีมากเวลาพ่อขับรถอยู่บนถนนนะ ตอนรถติดไฟแดงอย่างนี้ พ่อเล่าว่า ถ้าในรถพ่อนั่งไปคนเดียว มักจะมีคนแปลกหน้าเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง ในรถของพ่อเฉยเลย แล้วก็บอกให้พ่อพาไปที่โน่น ที่นี่ พ่อก็ไม่ว่าอะไร เป็นอยย่างนี้ประจำ"
    สุวัฒน์  : "พ่อนายมีน้ำใจน่ะ คนขึ้นไปนั่งในรถก็ไม่ว่าอะไร ยังช่วยขับรถพาไปส่งอีกด้วย ใจดีจัง อยากมีพ่อเหมือนเธอจังเลย แล้วพ่อเธอทำงานอะไรล่ะ "

    สุวิทย์  : "ก็ขับแท็กซี่มิเตอร์ไงครับ
๖๖
ขำขันวันละเรื่อง "ไม่ได้โกหก"

    เหตุเกิดขึ้น ที่โรงเรียนวัดพังสิงห์ จังหวัดนครศรีธรรมราช สองคนคุยเกี่ยวกับเรื่องความสามารถ ในการจีบหญิง
     วันรวย  :   "เมื่อวานแปลกจริงๆ ฉันกลับบ้านดึก เมียฉันไม่เห็นดึงหูฉันเหมือนทุกที ทั้งๆที่ ฉันไปร้องเพลงคาราโอเกะ แล้วไปหาหมอนวดหน้าโรงแรมทักษิณกลับตั้งตีสาม"
    ครูณรงค์ : "แล้วพี่ต้อยไปคั่วหมอนวดที่ชื่อฝนมิใช่หรือ ผมชวนกลับยังไม่ยอมกลับ แล้วพี่ต้อยทำยังไงถึงรอดได้ล่ะ เที่ยวนี่ บอกเคล็ดลับให้ผมบ้างซี ผมลูกเสือสำรอง จะทำตามลูกเสือรุ่นพี่"

    วันรวย  : "พี่ก็เป็นคนตรงน่ะ ไม่ชอบโกหกเมีย เมียพี่ถามว่าทำไมกลับดึก พี่ก็บอกแค่ว่าติดฝน "

๖๗
ขำขันวันละเรื่อง
 "คุณมี แต่ผมไม่มี"
สามีภรรยาคู่หนึ่งที่อยู่ด้วยกันมานานกว่า 20 ปีกำลังนั่งรถ
ไปงานเลี้ยงด้วยกัน โดยภรรยาเป็นคนขับด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วจู่ๆ สามีก็เอ่ยน้ำเสียงอย่างเย็นชาว่า
สามี : " เราแต่งงานกันมายี่สิบปีแล้ว ที่ผ่านมาคุณดีกับผมก็จริง แต่ตอนนี้ผมพบคู่ชีวิตคนใหม่แล้ว เธอคือเลขาฯ คนสวยของผมเอง"
ภรรยาขับเร็วขึ้นเป็น 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามีพูดต่อว่า
สามี : "ผมต้องการหย่ากับคุณโดยเร็วที่สุด ตลอดชีวิตการแต่งงานผมทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ส่วนคุณทำแต่งานบ้านเท่านั้น ดังนั้นหุ้นบริษัทกับบ้านหลังใหญ่ควรเป็นกรรมสิทธ์ของผม"
ภรรยาขับเร็วขึ้นเป็น 100 กิโลเมตรต่อชั่งโมง
สามี : "ส่วนเงินในธนาคารห้าสิบล้าน ผมจะเจียดให้คุณไปทำทุนสักห้าแสน นอกจากนี้คุณยังอยากได้อะไรอีกไหม"
ภรรยา : " ไม่ต้องหรอกค่ะ สิ่งที่ฉันอยากได้ที่สุดฉันมีแล้ว แต่คุณไม่มี"
ภรรยาตอบเสียงเย็นชาเช่นกัน พลางกดคันเร่งเร็วขึ้นเป็น 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สามี   :   "อะไรล่ะที่คุณมีแต่ผมไม่มี"
ภรรยา : " ถุงลมนิรภัย"

      
 สนับสนุนเรื่องเล่าโดย คุณ จุฬาลักษณ์ โสภาผล ผ.อ.โรงเรียนบ้านอู่ตะเภา

๖๘
ขำขันวันละเรื่อง
 "ของขวัญ"
      ชายหนุ่มต้องการซื้อของขวัญวันเกิดให้แฟนสาวทั้งคู่เพิ่งคบกัน
ได้ไม่นาน หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วเขาก็ตัดสินใจที่จะซื้อถุงมือ